วันที่ 12 สิงหาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ข้อมูลที่กล่าวว่ารัฐบาลไทยเตรียมนำความร่วมมือทางทหารและความมั่นคงมาเป็นเงื่อนไขในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ไม่เป็นความจริง และไม่ใช่แนวนโยบายของรัฐบาลไทย การเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ จะดำเนินอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ ความเป็นธรรม และความสมดุลทางการค้า โดยรัฐบาลจะพิจารณาข้อเสนออย่างรอบคอบ โดยเฉพาะผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับ เกษตรกร ผู้ประกอบการ ภาคการผลิต และประชาชนไทย
เป้าหมายคือการหาข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์อย่างเหมาะสม โดยไม่ทำให้ภาคส่วนสำคัญของไทยต้องรับภาระจากเงื่อนไขทางการค้าเกินสมควร รัฐบาลชี้ว่า ความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหารระหว่างไทยกับสหรัฐฯ มีมาอย่างยาวนาน และดำเนินอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ด้านความมั่นคงร่วมกัน ความร่วมมือต่าง ๆ รวมถึงการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ (Cobra Gold) ยังคงดำเนินไปตามกรอบและแผนงานที่กำหนดไว้ และไม่ได้ถูกนำไปผูกโยงกับผลการเจรจาการค้า
สำหรับ คอบร้าโกลด์ 27 จะเป็นการฝึกครั้งที่ 46 ภายใต้แผนการฝึกระยะ 6 ปี ช่วงปี 2025-2030 โดยมี 31 ประเทศเข้าร่วม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและเตรียมพร้อมรับมือทั้งภัยคุกคามแบบดั้งเดิมและภัยรูปแบบใหม่ ประเด็นการฝึกจะครอบคลุมมากขึ้นทั้งด้าน Cyber และ Space สะท้อนการปรับตัวของความร่วมมือด้านความมั่นคงให้สอดคล้องกับภัยคุกคามยุคใหม่ เดือนหน้าจะมีการประชุมวางแผนขั้นกลางที่มลรัฐฮาวาย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการฝึกจริงในเดือนมีนาคมปีหน้า โดยรัฐบาลยืนยันว่าความเข้มข้นของการฝึกยังเป็นไปตามแผนเดิม และมีแนวโน้มขยายขอบเขตมากขึ้น
นางสาวรัชดาย้ำว่า ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ มีทั้งมิติเศรษฐกิจ การค้า ความมั่นคง และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ซึ่งแต่ละด้านมีกรอบและผลประโยชน์ของประเทศที่ต้องพิจารณาแยกจากกันอย่างรอบคอบ รัฐบาลจึงจะไม่ใช้ผลประโยชน์ด้านหนึ่งของประเทศไปแลกกับผลประโยชน์อีกด้าน และทุกการตัดสินใจในการเจรจากับต่างประเทศจะต้องตั้งอยู่บนผลประโยชน์ของประเทศไทยและประชาชนไทยเป็นสำคัญ





