โคลอมเบียเร่งปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย หลังแผ่นดินไหวขนาด 7.4 เขย่าพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศเมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากรายงานของพื้นที่ต่าง ๆ เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 254 ราย ขณะที่ยังมีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารและพื้นที่ห่างไกลที่เจ้าหน้าที่ยังเข้าถึงได้ยาก  หน่วยงานด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติระบุผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 1,495 คน  

แผ่นดินไหวครั้งนี้มีศูนย์กลางอยู่ในแคว้น โชโก (Chocó) ทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก และสร้างความเสียหายอย่างหนักในพื้นที่เศรษฐกิจปลูกกาแฟของประเทศ โดยเฉพาะเมือง เปเรรา (Pereira) และ กาลี (Cali) รวมถึงเมืองอื่นทางตะวันตกของโคลอมเบีย อาคารพักอาศัย บ้านเรือน โรงเรียน และสถานพยาบาลจำนวนมากได้รับความเสียหายหรือพังถล่ม

ทีมกู้ภัย เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครทำงานต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน ใช้รถเครน รถขุด รวมถึงการขุดด้วยมือเปล่าเพื่อค้นหาผู้ที่อาจยังมีชีวิตอยู่ใต้ซากอาคาร  หลายจุด เจ้าหน้าที่ต้องขอให้ผู้คนโดยรอบหยุดส่งเสียง เพื่อฟังเสียงร้องหรือสัญญาณจากผู้ติดอยู่ใต้ซาก ก่อนใช้เครื่องมือขนาดเล็กค่อย ๆ เปิดทางเข้าไปช่วยเหลือ โดยมีรายงานว่าสามารถนำผู้รอดชีวิตออกจากซากอาคารได้บางส่วน

หลังแผ่นดินไหว ยังตรวจพบ อาฟเตอร์ช็อกมากกว่า 100 ครั้ง สร้างความกังวลให้ประชาชนจำนวนมาก ซึ่งต้องพักอาศัยในพื้นที่โล่ง เนื่องจากเกรงว่าอาคารที่แตกร้าวอาจพังถล่มเพิ่มเติม  ผลกระทบยังลุกลามไปยังระบบคมนาคมและสาธารณูปโภค โดยล่าสุดสนามบิน 3 แห่งยังคงปิดให้บริการ ถนนสายสำคัญหลายเส้นไม่สามารถใช้การได้ ขณะที่บางพื้นที่ในโชโกยังขาดแคลนน้ำ ไฟฟ้า ก๊าซ และบริการพื้นฐาน ทำให้การนำกำลังและสิ่งของช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่เป็นไปอย่างยากลำบาก

แผ่นดินไหวครั้งนี้ นับเป็น เหตุแผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายรุนแรงที่สุดในโคลอมเบียในศตวรรษนี้ และทำให้ประชาชนหลายพันคนต้องออกจากบ้านเรือนที่พังเสียหายหรือไม่ปลอดภัย

ด้าน ประธานาธิบดีอเบลาร์โด เด ลา เอสปรีเอยา (Abelardo De La Espriella) ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ได้เดินทางลงพื้นที่ประสบภัย พร้อมประกาศให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ประชาชนที่สูญเสียบ้านเรือน โดยรัฐบาลกำลังเร่งจัดสรรทรัพยากรเพื่อรองรับการกู้ภัยและฟื้นฟู
 

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ