“ช้างศึก” ทีมชาติไทย กลับมาลงสนามซ้อมเต็มรูปแบบอีกครั้ง หลังได้พักฟื้น 1 วันจากการจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยผลงานสุดแกร่ง ก่อนเตรียมทำศึกกับสิงคโปร์ในรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “อาเซียน ฮุนได คัพ 2026” โดยแม้สถิติการพบกันจะเป็นไทยที่เหนือกว่า แต่ทัพช้างศึกย้ำชัด คู่แข่งรายนี้พัฒนาขึ้นและประมาทไม่ได้เด็ดขาด

ช่วงเย็นวันที่ 10 สิงหาคม ทีมชาติไทยลงฝึกซ้อมที่สนามซ้อมบีจี ปทุม หลังเกมส่งท้ายรอบแบ่งกลุ่มที่เปิดราชมังคลากีฬาสถานเอาชนะเมียนมา 2-0 ส่งผลให้ไทยจบด้วยตำแหน่งแชมป์กลุ่ม พร้อมสถิติสุดแข็งแกร่ง ชนะรวด 4 นัด ยิงรวม 10 ประตู และยังไม่เสียแม้แต่ประตูเดียว

ผลงานรอบแรกของช้างศึก เริ่มจากบุกถล่มลาว 5-0 ต่อด้วยเปิดบ้านชนะมาเลเซีย 2-0 บุกเฉือนฟิลิปปินส์ 1-0 และปิดท้ายด้วยการชนะเมียนมา 2-0

แอนโธนี ฮัดสัน กุนซือทีมชาติไทย ให้นักเตะพัก 1 วันก่อนเรียกกลับมาซ้อม โดยมี พาตริก กุสตาฟส์สัน กองหน้าจากบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ซึ่งเพิ่งเข้าร่วมแคมป์ก่อนเกมกับเมียนมา ลงฝึกซ้อมเพื่อเร่งสภาพร่างกายและปรับจูนการเล่นกับเพื่อนร่วมทีม

ด้าน “เจ้ายิม” วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ กองกลางทีมชาติไทย ยอมรับว่า เกมกับสิงคโปร์จะแตกต่างจากคู่แข่งในรอบที่ผ่านมา โดยเฉพาะการที่ไทยต้องออกไปเยือนก่อน อีกทั้งผู้เล่นสิงคโปร์หลายคนค้าแข้งอยู่ในประเทศไทย ทำให้รู้จักฟุตบอลไทยเป็นอย่างดี และในช่วงหลังไทยเอาชนะสิงคโปร์ได้ยากขึ้น

เป้าหมายของช้างศึกจึงอยู่ที่การเก็บชัยชนะจากเกมแรกที่จาลัน เบซาร์ เพื่อสร้างความได้เปรียบก่อนกลับมาตัดสินกันที่ราชมังคลากีฬาสถาน

ขณะที่ กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล นายทวารทีมชาติไทย ซึ่งลงสนามครบทุกนาทีตลอด 4 นัดในรอบแรก และยังรักษาคลีนชีตได้ทั้งหมด มองว่า ผลการแข่งขันในเกมแรกมีความสำคัญอย่างมาก พร้อมเตือนว่าสิงคโปร์พัฒนาขึ้นอย่างชัดเจน และล่าสุดสามารถผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายเอเชียนคัพได้ จึงเป็นคู่แข่งที่ไม่อาจประมาท

ผลงานของสิงคโปร์ในรอบแบ่งกลุ่มก็ไม่ธรรมดา ชนะกัมพูชา 2-1, ชนะติมอร์เลสเต 2-0, เสมอเวียดนาม 0-0 และเสมออินโดนีเซีย 1-1 รวม 4 นัดยังไม่แพ้ใครเช่นเดียวกัน

ส่วนสถิติการพบกันระหว่างไทยกับสิงคโปร์ตามข้อมูลในต้นฉบับ ไทยยังถือความได้เปรียบอย่างชัดเจน โดยการพบกันครั้งล่าสุดในเกมอุ่นเครื่องช่วงปลายปี 2025 ที่สนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ไทยเอาชนะไป 3-2 ซึ่งเป็นเกมประเดิมคุมทัพช้างศึกของ แอนโธนี ฮัดสัน

ขณะที่สิงคโปร์ต้องย้อนกลับไปถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2012 จึงจะพบชัยชนะเหนือไทยครั้งล่าสุด ในเกมนัดแรกของรอบชิงชนะเลิศอาเซียน คัพ ที่จาลัน เบซาร์ สเตเดียม ก่อนที่สิงคโปร์จะคว้าแชมป์ในปีนั้น

รอบรองชนะเลิศนัดแรก ไทยจะออกไปเยือนสิงคโปร์ ที่จาลัน เบซาร์ สเตเดียม วันที่ 15 สิงหาคม เวลา 20.00 น. ก่อนกลับมาเล่นนัดที่สองที่ราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 18 สิงหาคม เวลา 20.00 น.

รูปภาพบทความ

สำหรับเกมในบ้าน ราคาบัตรลดลงจากรอบแรกทุกโซน 100 บาท เหลือราคา 200–500 บาท เริ่มจำหน่ายวันที่ 11 สิงหาคม ผ่านไทยทิคเก็ตเมเจอร์

ศึกนี้จึงไม่ใช่แค่การวัดกันด้วยสถิติในอดีต เพราะทั้ง “ช้างศึก” และ “ลอดช่อง” ต่างผ่านรอบแรกมาแบบไร้พ่าย — 180 นาทีต่อจากนี้ จะเป็นบทพิสูจน์ว่าใครจะได้ตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศอาเซียน คัพ 2026