วันที่ 11 ส.ค.69 แผ่นดินไหวเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ โดยมีศูนย์กลางบริเวณ ซาน โฮเซ เดล ปัลมาร์ (San José del Palmar) ในแคว้นโชโก ทางตะวันตกของกรุงโบโกตาราว 400 กิโลเมตร ตามข้อมูลของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ หรือ USGS แรงสั่นสะเทือนสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างในหลายเมืองทางตะวันตกของโคลอมเบีย ทั้ง **กาลี เปเรย์รา กิบโด และมานิซาเลส** และสามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างเอกวาดอร์และปานามา
ในเมืองกาลี ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ ทีมค้นหา เจ้าหน้าที่กู้ภัย และประชาชนจำนวนมากช่วยกันรื้อค้นซากอาคารที่พังถล่ม เพื่อตามหาผู้ที่อาจยังติดอยู่ด้านล่าง บางจุดมีอาสาสมัครต่อแถวยาวส่งต่อก้อนคอนกรีตและเศษซากออกจากพื้นที่ด้วยมือ ผู้ประสบภัยรายหนึ่งเปิดเผยว่า อาคารที่พักของเขาได้รับความเสียหายจนแทบเหลือเพียงซาก ขณะที่อาคารข้างเคียงพังถล่มลงมาทั้งหลัง สะท้อนความรุนแรงของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในพื้นที่


ประธานาธิบดี อาเบลาร์โด เด ลา เอสปริเอลลา ระบุว่า เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 87 คน อาคารได้รับความเสียหายประมาณ 1,600 แห่ง ในจำนวนนี้มีอย่างน้อย 61 แห่งพังถล่มทั้งหมด รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อเร่งจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมเตรียมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ โดยประธานาธิบดีระบุว่ารัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งประชาชน และจะเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ด้านสำนักงานธรณีวิทยาโคลอมเบียระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้ถือเป็น แผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดที่บันทึกได้ในประเทศในศตวรรษที่ 21และหลังเกิดเหตุยังตรวจพบอาฟเตอร์ช็อกอีกอย่างน้อย 21 ครั้ง
สำหรับยอดผู้เสียชีวิตในแต่ละพื้นที่ เบื้องต้นพบอย่างน้อย 40 รายในแคว้นริซารัลดา ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองเปเรย์รา และ 27 รายในแคว้นบาเย เดล เกากา ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองกาลี ในจำนวนนี้มีเด็กเสียชีวิต 3 ราย นอกจากนี้ พบผู้เสียชีวิตอีก 9 รายในโชโก 2 รายในแคว้นกัลดัส และชายวัย 73 ปีอีก 1 รายในแคว้นอันติโอเกีย ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 32 รายยังไม่มีการเปิดเผยพื้นที่อย่างชัดเจน

พื้นที่ชายฝั่งแปซิฟิกของโคลอมเบีย โดยเฉพาะบริเวณโชโก ตั้งอยู่ตามแนว วงแหวนแห่งไฟ หรือ Ring of Fire ซึ่งเป็นแนวรอยต่อแผ่นเปลือกโลกสำคัญรอบมหาสมุทรแปซิฟิก และเป็นบริเวณที่เกิดแผ่นดินไหวจำนวนมากของโลก
อย่างไรก็ตาม การประเมินความเสียหายในโชโกอาจทำได้ยาก เนื่องจากหลายพื้นที่อยู่ท่ามกลางป่าทึบและเข้าถึงได้เพียงทางเรือหรือเครื่องบิน ทำให้เจ้าหน้าที่กังวลว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตและความเสียหายที่แท้จริงอาจยังเพิ่มขึ้นอีก ขณะที่ภารกิจค้นหาผู้รอดชีวิตยังดำเนินต่อไป
Cr.AP





