หมอวรงค์เตรียมยื่นเรื่องถึงนายกฯ และ ผบ.ตร. จี้ล้างบางอิทธิพลท้องถิ่น หลังเหยื่อถูกคุกคามหนักแม้คดีถึงศาล แต่เพื่อนร่วมแก๊งอีก 6 คนยังลอยนวล
นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี รับยื่นหนังสือ จากนายอานนท์ กิ่งแก้ว ประธานศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน และ นางวิไลพร ปุสวิโร พร้อมบุตรชาย เข้าร้องเรียนกรณี ถูกกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายร่างกายในพื้นที่ จังหวัดกระบี่ ซึ่งเหตุการณ์ผ่านมากว่า 1 ปีแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมผู้ก่อเหตุได้เพียง 1 ราย ทั้งที่มีกลุ่มผู้ก่อเหตุ ถึง 7 คน ซึ่งมีทั้งมีด และ อาวุธปืน โดยผู้ก่อเหตุใช้มีดแทงผู้เสียหาย จำนวน 8 ครั้ง จนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลนาน 15 วัน และยังถูกตามบ่มขู่ คุกคาม อย่างต่อเนื่อง รวมถึงตามไปคุกคามถึงบริเวณทางเข้าบ้าน และในโซเชียล
นางวิไลพร กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นที่ จ.กระบี่ เนื่องจากลูกชายไปทำฟันที่คลีนิคประจำของตน ซึ่งบุตรชายของตนไม่รู้จักกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุรุมทำร้ายร่างกาย จนบุตรชายต้องเข้าไปโรงพักเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ บอกว่าให้โทรขอความช่วยเหลือ จาก 191 แต่ตำรวจ 191 ไม่ได้ช่วยเหลือ และบุตรชายต้องหลบอยู่ในโรงพักจนถึงเช้าตรู่ จึงขับมอไซต์ออกมา เพราะคิดว่าไม่มีอะไรแล้ว แต่กลับถูกกลุ่มวัยรุ่นไล่ฟันจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งตนได้สอบถามกับบุตรชาย ว่ารู้จักกับกลุ่มผู้ก่อนเหตุหรือไม่ บุตาชายบอกว่าไม่รู้จัก แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุบอกว่า บุตรชายของตนเป็นคนต่างถิ่น และหน้าตาดี จึงไม่พอใจ
นางวิไลพร กล่าวต่อว่า ได้รวมรวมหลักฐาน มีทั้งคลิปเหตุการณ์ที่บุตรชายโดนทำร้าย นำไปแจ้งความแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้แจ้งความเฉพาะคนที่ลงมือแทงเท่านั้น ส่วนคนที่ใช้อาวุธปืนจี้หัวบุตรชายตำรวจบอกว่าสืบมาแล้วว่าปืนที่ใช้นั้นเป็นปืนปลอม ซึ่งตนสงสัยว่าพึ่งมาแจ้งความแล้วตำรวจรู้ได้อย่างไรว่าเป็นปืนปลอม ซึ่งภายหลังตนทราบมาว่า หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุ เป็นลูกชายของ ตร. ในโรงพัก
อย่างไรก็ตาม คดีนี้ได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล และศาลตัดสินให้มือแทง จำคุก 11 เดือน และชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งในช่วงแรกจ่ายค่าเสียหายให้ 30,000 บาท และหลังจากนั้นผ่อนจ่ายเป็นรายเดือน โดยให้ยายผู้ก่อเหตุเป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากผู้ก่อเหตุไม่มีพ่อแม่ แต่ทุกวันนี้บุตรชายของตน ก็ไม่ยังกล้าออกไปไหน เพราะยังถูกตามข่มขู่ เนื่องจากเป็นคนดังใน TikTok
นางวิไลพร กล่าวต่อว่า ได้โทรไปยังเบอร์ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรดังกล่าว ว่าทางตำรวจไม่รับแจ้งความเรื่องของบุตรชาย แต่ทางตำรวจทั้งสายสืบ และ สารวัตร ก็โยนกันไปมา และให้แจ้งความเอาผิดแค่คนเดียว ซึ่งผ่านมากว่า 1 ปี คดีที่จะเอาผิดคนอื่นๆ ยังไปไม่ถึงไหน ทั้งที่มีคลิป เห็นหน้าชัดเจน ว่าเป็นใครบ้าง อยากให้มีความยุติธรรมกับบุตรชายของตน
ด้าน นายแพทย์วรงค์ กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าสำนวนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยื่นฟ้องมีเพียงคนเดียว ทั้งๆที่มีคลิปหลักฐานว่ามีผู้กระทำผิดมีหลายคน แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ทำอะไร และ ครอบครัวกก็มีการต่อสู้มาตลอด โดยในวันนี้มาร้องเรียนกับตน ดังนั้นตนก็ขอเรียกร้องและร้องเรียนไปยัง นายกรัฐมนตรี และ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่าตำรวจเป็นต้นทางของกระการยุติธรรม แต่กลับกลายเป็นว่าวันนี้ ตำรวจคือสาเหตุที่ทำให้กระบวนการยุติธรรมถูกทำลาย ดังนั้นขอให้ ผบ.ตร. สั่งการไปยังสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกระบี่ ให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามหลักฐาน และหลังจากนี้ผู้เสียหายก็จะเดินทางไปยื่นร้องเรียนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วย









