วันที่ 9 ส.ค.69 - กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ว่า เสือโคร่งชื่อ “อภิญญา” อาจทิ้งลูกเร็วเกินไป หลังมีเสือตัวผู้ตัวใหม่เข้ามาในพื้นที่ จนถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจทำให้ลูกเสือวัยรุ่นมีพฤติกรรมเข้าหาคน โดยยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับผลการติดตามภาคสนามและหลักพฤติกรรมเสือโคร่งตามธรรมชาติ

รูปภาพบทความ

ทีมวิจัยเสือโคร่งของกรมอุทยานฯ ระบุว่า ปัจจุบันแม่เสืออภิญญาและลูกเสือครอกที่ 2 ทั้ง 3 ตัว รหัส HKT-372M, HKT-373M และ HKT-374M ยังอาศัยและหากินร่วมกันตามปกติ  แม่เสือยังคงทำหน้าที่ปกป้อง เลี้ยงดู และถ่ายทอดทักษะการเอาตัวรอดให้ลูกอย่างต่อเนื่อง จึงไม่มีหลักฐานว่าอภิญญาทิ้งลูกก่อนวัยอันควรตามที่มีการกล่าวอ้าง

กรมอุทยานฯ ยังอธิบายว่า ความเข้าใจที่ว่าเมื่อมีเสือตัวผู้ตัวใหม่เข้ามาแล้ว แม่เสือจะต้องรีบสลัดภาระและแยกจากลูก ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมเสือโคร่งในธรรมชาติ โดยแม่เสือสามารถดูแลลูกครอกปัจจุบัน ควบคู่กับการจัดการอาณาเขตและตอบสนองต่อเสือตัวผู้ในพื้นที่ได้

สำหรับลูกเสือครอกนี้ยังอยู่ในช่วงวัยที่ต้องพึ่งพาแม่ และแม่เสือยังคงดูแลอย่างใกล้ชิด  ส่วนพฤติกรรมของเสือวัยรุ่น หรือ Sub-adult ที่มีความสนใจต่อสิ่งรอบตัวมากขึ้นนั้น ทีมวิจัยระบุว่าเป็นพฤติกรรมที่พบได้ตามธรรมชาติ เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่มีความอยากรู้อยากเห็นสูง และอยู่ระหว่างเรียนรู้สภาพแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม กรมอุทยานฯ ย้ำว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นถิ่นอาศัยตามธรรมชาติของเสือโคร่ง ผู้ที่เข้าไปเดินเทรลหรือทำกิจกรรมในพื้นที่ควรรักษาระยะห่างและปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพฤติกรรมที่อาจทำให้สัตว์ลดความระแวงตามธรรมชาติ เช่น การเข้าใกล้มากเกินไป การพรางตัว หรือการอยู่ในตำแหน่งที่สัตว์อาจตีความผิด

กรมอุทยานฯ ขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสัตว์ป่า เนื่องจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอาจสร้างความตื่นตระหนกและนำไปสู่ความเข้าใจผิดเรื่องพฤติกรรมสัตว์ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงหากประชาชนประมาทในการเผชิญหน้ากับสัตว์ป่า

หน่วยงานยืนยันว่าจะยังติดตามครอบครัวเสือโคร่งอภิญญาอย่างใกล้ชิด โดยใช้ข้อมูลภาคสนามและหลักวิชาการเป็นฐาน เพื่อดูแลความปลอดภัยของทั้งคนและสัตว์ป่า