วันที่ 5 ส.ค.69 - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านให้เปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยเร็ว พร้อมเตือนว่า อิหร่านอาจเผชิญการโจมตีอย่างหนัก หากความพยายามเจรจาไม่สามารถนำไปสู่ข้อตกลงได้ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ว่า การหารือเรื่องช่องแคบฮอร์มุซกำลังเป็นไปในทิศทางที่ดี และข้อตกลงอาจเกิดขึ้นภายในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของข้อเสนอ เงื่อนไข หรือกรอบเวลาที่ชัดเจน

ถ้อยแถลงดังกล่าวสะท้อนยุทธศาสตร์กดดันอิหร่านผ่านทั้งการทูตและการข่มขู่ทางทหาร โดยทรัมป์ย้ำว่า หากการเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จ สหรัฐฯ พร้อมใช้มาตรการที่รุนแรงขึ้น  ก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯ เคยส่งสัญญาณเตือนถึงความเป็นไปได้ในการโจมตีเป้าหมายของอิหร่าน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานบางส่วน ก่อนจะชะลอแผนดังกล่าว โดยระบุว่าการหารือมีความคืบหน้าและยังมีโอกาสบรรลุข้อตกลงผ่านช่องทางการทูต

ด้านกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านปฏิเสธว่า ไม่มีการเจรจาโดยตรงกับรัฐบาลสหรัฐฯ ตามที่ทรัมป์กล่าวอ้าง ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่า ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการหารือผ่านผู้แทนจากประเทศโอมาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานกับฝ่ายอิหร่าน  ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ยังมีความไม่ชัดเจนว่า ทั้งสองฝ่ายกำลังเจรจากันในระดับใด และมีข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับการเปิดเส้นทางเดินเรือหรือการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้วหรือไม่

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของตลาดพลังงานโลก เนื่องจากเป็นช่องทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจำนวนมากจากประเทศผู้ผลิตในตะวันออกกลางไปยังตลาดต่างประเทศ ความตึงเครียดหรือการปิดกั้นเส้นทางจึงส่งผลโดยตรงต่อราคาพลังงาน ต้นทุนขนส่ง และเศรษฐกิจโลก

กระแสความหวังว่าทั้งสองฝ่ายอาจบรรลุข้อตกลงและทำให้การขนส่งน้ำมันกลับมาดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลงเกือบ 5% ต่ำกว่าระดับ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 3 สัปดาห์  อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงจับตาคำแถลงอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสหรัฐฯ อิหร่าน และโอมาน รวมถึงสถานการณ์การเดินเรือจริงในช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากคำกล่าวของทั้งสองฝ่ายยังมีความขัดแย้งกัน และยังไม่มีการประกาศข้อตกลงที่ชัดเจน

Article Image