วันที่ 2 ส.ค.69 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 3–4 สิงหาคม 2569 เพื่อหารือกับนายปราโบโว ซูบียันโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย โดยรัฐบาลระบุว่า นับเป็นการเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยครั้งแรกในรอบ 15 ปี
การเยือนครั้งนี้มุ่งต่อยอดความสัมพันธ์ระดับผู้นำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ทั้งด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ความมั่นคง อาหาร พลังงาน การศึกษา และการเชื่อมโยงภาคธุรกิจ โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้สินค้าและบริการของไทยเข้าสู่ตลาดอินโดนีเซีย ซึ่งมีประชากรกว่า 280 ล้านคน และเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค
รัฐบาลคาดว่าความร่วมมือที่ใกล้ชิดขึ้นจะช่วยเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ส่งเสริมการลงทุนระหว่างสองประเทศ และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยทั้งรายใหญ่และ SMEs รวมถึงขยายตลาดสินค้าเกษตรและอาหาร เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว สร้างงาน พัฒนาทักษะแรงงาน ตลอดจนแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและองค์ความรู้
ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างแผนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย–อินโดนีเซีย ระยะปี 2569–2573 เพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือ 4 ด้าน ได้แก่ การเมือง ความมั่นคงและกลาโหม เศรษฐกิจและความเชื่อมโยง สังคมและวัฒนธรรม รวมถึงความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี โดยไทยและอินโดนีเซียยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เมื่อปี 2568
สำหรับกำหนดการวันที่ 3 สิงหาคม นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ณ ทำเนียบประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ก่อนหารือกับประธานาธิบดีปราโบโวทั้งแบบกลุ่มเล็กและเต็มคณะ พร้อมแถลงข่าวร่วมภายหลังการหารือ
วันที่ 4 สิงหาคม นายกรัฐมนตรีจะร่วมเปิดงาน Business Forum ซึ่งจัดโดยสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมอินโดนีเซีย หรือ KADIN ร่วมกับหอการค้าไทยในอินโดนีเซีย เพื่อเชื่อมโยงนักธุรกิจและผลักดันโอกาสการลงทุนระหว่างสองประเทศ
จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปยังสำนักเลขาธิการอาเซียน เพื่อหารือกับเลขาธิการอาเซียน และกล่าวสุนทรพจน์แสดงวิสัยทัศน์ของไทยต่ออนาคตภูมิภาค โดยเน้นอาเซียนที่มีเอกภาพ มีภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงเย็น
ไทยและอินโดนีเซียเป็นสองในประเทศผู้ร่วมก่อตั้งอาเซียนเมื่อปี 2510 ขณะที่ตำแหน่งประธานอาเซียนหมุนเวียนระหว่างประเทศสมาชิกเป็นรายปี ตามหลักเกณฑ์ในกฎบัตรอาเซียน





