บริษัทประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ด้วยรายได้ 7.8 พันล้านดอลลาร์ พุ่งทะยานขึ้นถึง 92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ปัจจัยหลักมาจากการเร่งรอบปล่อยจรวดรวม 78 ภารกิจ การเติบโตของฐานผู้ใช้งาน Starlink ที่เพิ่มขึ้นเป็น 12 ล้านราย ครอบคลุม 167 ประเทศทั่วโลก และการบริหารกำลังการประมวลผลสำหรับ AI ที่ขยับขึ้นไปแตะ 1.4 กิกะวัตต์
จุดเปลี่ยนสำคัญในเชิงเทคโนโลยีคือการจับมือกับ Nvidia พัฒนาช่องบรรทุกอุปกรณ์ดาวเทียมประมวลผล AI รุ่น Starmind AI1 ซึ่งติดตั้งชิป GPU ตระกูล Rubin และ CPU ตระกูล Vera เพื่อรองรับการประมวลผลสมรรถนะสูงบนอวกาศ โดยงานออกแบบสถาปัตยกรรมดังกล่าวสามารถนำไปปรับใช้กับศูนย์ข้อมูล บนพื้นดินได้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ได้แสดงความชัดเจนว่าจะเลือกใช้ชิป GPU จาก Nvidia เพียงรายเดียวเท่านั้น
ด้านแผนการเติบโตในอนาคต กวินน์ โชตเวลล์ (Gwynne Shotwell) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) เตรียมเปิดตัวบริการ Starlink Mobile ในปีหน้าเพื่อลงสนามแข่งกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในสหรัฐฯ โดยมัสก์คาดการณ์ว่าจากแรงส่งทั้งหมดนี้ จะผลักดันให้บริษัททำรายได้สะสมต่อปีแตะระดับ 100,000 ล้านดอลลาร์ได้ภายในสิ้นปีนี้





