วันที่ 4 ส.ค.69 -  นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวถึงข้อเสนอให้ยุบสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง หรือ ป.ย.ป. ว่า การพิจารณาอนาคตของหน่วยงานต้องเป็นไปตามกระบวนการประเมินของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร.

นายยศชนันระบุว่า จากการหารือกับนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแล ก.พ.ร. ได้รับทราบว่ามีหลักเกณฑ์ประเมินหน่วยงานภาครัฐอยู่แล้ว หากหน่วยงานใดมีผลดำเนินงานไม่ผ่านเกณฑ์ อาจเข้าสู่กระบวนการพิจารณาปรับโครงสร้าง ควบรวม หรือยุบตามระบบ โดยขณะนี้ยังไม่มีการยุบ ป.ย.ป. และประเด็นดังกล่าวยังอยู่ในขั้นศึกษาและประเมินรายละเอียด

สำหรับ ป.ย.ป. ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายยศชนัน เยืนยันว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด พร้อมติดตามผลการดำเนินงานและตัวชี้วัด หรือ KPI ประจำปี เพื่อให้เห็นอย่างชัดเจนว่าหน่วยงานสามารถสร้างผลงานที่ตอบโจทย์ประเทศได้เพียงใด  ในช่วง 2–3 เดือนที่ผ่านมา มีการหารือถึงการปรับบทบาทของ ป.ย.ป. ให้ทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอด การขับเคลื่อนงานข้ามกระทรวง และการทบทวนกฎหมายหรือภารกิจที่ยังคั่งค้าง ซึ่งเป็นงานที่หน่วยงานดำเนินการอยู่แล้ว แต่ต้องเร่งยกระดับให้เห็นผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ นายยศชนันได้มอบนโยบายให้ ป.ย.ป. ทำหน้าที่ประสานการทำงานระหว่างหน่วยงานรัฐ ลดการทำงานแบบแยกส่วน และสร้างพื้นที่กลางเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสำคัญร่วมกัน โดยมีหน่วยงานระดับกระทรวงและส่วนราชการเข้าร่วมบูรณาการ 17 หน่วยงาน

เมื่อถามว่ามีความเห็นส่วนตัวอย่างไรต่อการยุบ ป.ย.ป. นายยศชนันกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ควรพิจารณาเฉพาะหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับหน่วยงานของรัฐทั่วประเทศ เพื่อให้การตัดสินใจมีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ

นายยศชนันย้ำว่า พร้อมสนับสนุนการประเมินของ ก.พ.ร. อย่างเต็มที่ และจะยอมรับผลที่ออกมาตามหลักเกณฑ์ เพราะการปรับระบบราชการควรอยู่บนข้อมูล ผลงาน และประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ ไม่ใช่การตัดสินจากความเห็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

ทั้งนี้ การประเมินหรือข้อเสนอให้ยุบหน่วยงานยังไม่ถือเป็นคำสั่งยุบอย่างเป็นทางการ หากมีการปรับโครงสร้างจริง ยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมถึงกำหนดแนวทางดูแลบุคลากรและถ่ายโอนภารกิจอย่างเหมาะสม โดยรัฐบาลระบุว่ากระบวนการอาจต้องใช้เวลา