วันที่ 3 ส.ค.69 - นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” นำญาติของผู้เสียชีวิต 3 ราย พ่อ แม่ และลูก จากคดีฆาตกรรมอำพรางศพในจังหวัดชลบุรี พร้อมผู้เสียหายที่ระบุว่าเคยถูกหนึ่งในผู้ต้องหาทำร้าย เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 การเข้าพบครั้งนี้มีอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมรับฟังปัญหา โดยครอบครัวเรียกร้องให้ตรวจสอบกระบวนการปล่อยตัวและการติดตามผู้พ้นโทษที่มีประวัติใช้ความรุนแรง รวมถึงขอให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามพยานหลักฐานและลงโทษในอัตราสูงสุดตามกฎหมาย
นายกัณฐัศว์ระบุว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับผู้กระทำผิดซ้ำ โดยเฉพาะผู้พ้นโทษที่มีพฤติกรรมรุนแรง พร้อมเสนอให้กระทรวงยุติธรรมเปิดช่องทางให้ประชาชนแจ้งเบาะแสหรือพฤติกรรมผิดปกติของผู้พ้นโทษ เพื่อให้เจ้าหน้าที่คุมประพฤติและตำรวจตรวจสอบได้รวดเร็วขึ้น
ด้านกระทรวงยุติธรรมรับข้อเสนอไว้พิจารณา พร้อมเตรียมประสานหน่วยงานในพื้นที่ให้เพิ่มช่องทางรับแจ้งข้อมูลจากประชาชน และติดตามพฤติกรรมผู้พ้นโทษกลุ่มเสี่ยงอย่างใกล้ชิด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ขณะที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพรับเรื่องการช่วยเหลือเยียวยา โดยเตรียมนำคำขอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการในวันที่ 5 สิงหาคม 2569
สำหรับประวัติของนายฑนา หรือ “ป๋อง” หนึ่งในผู้ต้องหาคดีนี้ ข้อมูลที่กระทรวงยุติธรรมชี้แจงต่อผู้ร้องระบุว่า เคยเข้าเรือนจำมาแล้ว 5 ครั้ง โดยโทษครั้งล่าสุดมีกำหนด 7 ปี 5 เดือน และรับโทษครบตามกำหนด ไม่มีการลดวันต้องโทษ จึงต้องได้รับการปล่อยตัวเมื่อครบกำหนดตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม กรมคุมประพฤติจะตรวจสอบข้อมูลการประเมินและติดตามพฤติกรรมที่ผ่านมา รวมถึงบุคคลและหน่วยงานที่มีหน้าที่จัดทำประวัติเสนอต่อศาล เพื่อหาข้อเท็จจริงว่ามีขั้นตอนใดที่ควรปรับปรุงหรือไม่
ส่วนข้อกล่าวหาในคดีฆาตกรรมสมาชิกครอบครัวชาวไทย 3 ราย รวมถึงประเด็นการปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ การนำทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตไปใช้ และข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานของตำรวจ ผู้ต้องหาทุกคนยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
นายกัณฐัศว์ยังปฏิเสธกระแสข่าวที่กล่าวหาว่าครอบครัวผู้เสียชีวิตเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยระบุว่าเป็นข้อมูลจากฝ่ายผู้ต้องหาและยังไม่มีหลักฐานยืนยัน พร้อมขอให้สังคมระมัดระวังการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจสร้างความเสียหายแก่ผู้เสียชีวิตและครอบครัว
นอกจากนี้ ครอบครัวยังตั้งคำถามถึงการติดตามคดีคนหาย หลังเคยเข้าแจ้งความก่อนพบว่าทั้ง 3 คนถูกฆาตกรรม ขณะที่ผู้กำกับการสถานีตำรวจในพื้นที่ได้กล่าวขอโทษและรับว่าจะปรับปรุงการทำงาน รวมถึงดูแลช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตต่อไป






