วันที่ 2 ส.ค.69 - พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยภายหลังสอบปากคำว่า น.ส.เทียนยืนยันว่าไม่ทราบว่ามียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในพัสดุ โดยหลังรับกล่องจากผู้ว่าจ้างที่ใช้บัญชีไลน์ชื่อ “ING ING” ได้เปิดตรวจสอบและพบสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายการ ก่อนนำออกมาจัดลงกระเป๋าเดินทาง แต่ไม่ได้ตรวจรายละเอียดภายในบรรจุภัณฑ์ทุกชิ้น
ส่วนค่าจ้างจำนวน 3,600 บาท น.ส.เทียนให้ข้อมูลว่า การรับหิ้วแต่ละเที่ยวมีสินค้าและผู้ฝากหลายราย ราคาจึงขึ้นอยู่กับน้ำหนักและการตกลง ไม่ได้มองว่าค่าจ้างดังกล่าวสูงผิดปกติ ทั้งนี้ ข้อมูลก่อนเกิดเหตุระบุว่า พัสดุมีน้ำหนักรวมประมาณ 12 กิโลกรัม และผู้ว่าจ้างรายนี้เคยใช้บริการมาแล้วหนึ่งครั้ง จึงทำให้ผู้รับหิ้วไม่ได้ระแวง
ตำรวจระบุว่า บรรจุภัณฑ์ซึ่งถูกเปิดและซีลใหม่อาจตรวจพบความผิดปกติได้ยาก เนื่องจากอุปกรณ์ปิดผนึกพลาสติกสามารถหาซื้อได้ทั่วไป จึงเตือนผู้รับหิ้วว่า การมองเห็นเพียงรูปทรงภายนอกหรือฉลากสินค้า ไม่สามารถยืนยันได้ว่าสิ่งของภายในปลอดภัย
ผลการสืบสวนพบว่า บัญชีไลน์ “ING ING” เชื่อมโยงกับผู้ต้องสงสัยชาวเวียดนามที่ทำหน้าที่จัดหาสินค้าและส่งพัสดุ ขณะที่ตำรวจออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องแล้ว 2 ราย โดยจับกุม น.ส.โฮ ชาวเวียดนาม ผู้ทำหน้าที่บริหารจัดการและโอนเงินค่าจ้างผ่านบัญชีธนาคารไทยได้แล้ว 1 คน ส่วนผู้ว่าจ้างยังหลบหนีออกนอกประเทศ
ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมถูกดำเนินคดีในข้อหาเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ขณะที่ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อขยายผลไปยังผู้สั่งการ ผู้จัดเตรียมยาเสพติด และผู้รับปลายทางในประเทศญี่ปุ่น พร้อมประสานทางการญี่ปุ่นร่วมสืบสวนคดี
ตำรวจยืนยันว่า แม้วิธีการซุกซ่อนยาเสพติดในสินค้าจะคล้ายกับคดีของ “มีนา” อดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน แต่จากหลักฐานปัจจุบันยังไม่พบว่าเป็นเครือข่ายเดียวกัน โดยคดี “เทียน” เชื่อมโยงกับกลุ่มชาวเวียดนาม ส่วนคดี “มีนา” เชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ
หลังได้รับอิสรภาพ น.ส.เทียนระบุว่าเข็ดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะไม่รับหิ้วพัสดุอีก พร้อมเตือนผู้ประกอบอาชีพรับหิ้วไม่ควรรับสิ่งของที่ผู้ว่าจ้างแพ็กหรือปิดผนึกมาแล้ว เพราะอาจตกเป็นผู้ต้องหาในคดียาเสพติดต่างประเทศโดยไม่รู้ตัว






