เมื่อวันที่ 1 ส.ค.69 รัฐบาลไทยออกแถลงการณ์ตอบโต้กรณีแถลงการณ์สิ้นสุดภารกิจของ นาย Tom Andrews ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ซึ่งมีการกล่าวถึงประเทศไทยในบริบทของสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา
ไทยระบุว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่ได้เริ่มจากฝ่ายไทย แต่เกิดจากการโจมตีเป้าหมายพลเรือนในประเทศไทยโดยฝ่ายกัมพูชา พร้อมย้ำว่าการนำเสนอข้อมูลควรสะท้อนข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน
สำหรับกรณีที่มีการอ้างว่ามีผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ (IDPs) ชาวกัมพูชาประมาณ 650,000 คน ไทยชี้แจงว่า ตัวเลขดังกล่าวรวมบุคคลบางส่วนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวซึ่งไทยเคยเปิดให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1970 และภายหลังไม่ได้ย้ายออกจากพื้นที่ แม้ไทยจะเคยประท้วงหลายครั้ง จึงเห็นว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่เข้าเกณฑ์นิยามของผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ
ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่าแรงงานกัมพูชาจำนวน 900,000 คน เดินทางกลับประเทศ ไทยระบุว่า เป็นทั้งแรงงานที่ทำงานถูกกฎหมายและผู้ลักลอบเข้ามาทำงาน ซึ่งเดินทางกลับโดยสมัครใจภายหลังการเชิญชวนของรัฐบาลกัมพูชา พร้อมยืนยันว่า ไทยไม่เคยมีนโยบายผลักดันแรงงานกัมพูชาออกนอกประเทศ และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของแรงงานมาโดยตลอด
รัฐบาลไทยยืนยันว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมถึงการเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และได้ให้ข้อมูลชี้แจงต่อกลไกสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติอย่างเป็นทางการแล้ว
นอกจากนี้ ไทยเห็นว่า กลไกพิเศษของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ควรยึดหลักความเป็นกลาง ความเที่ยงธรรม และใช้ข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ พร้อมรับฟังข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย เพื่อให้การประเมินสถานการณ์เป็นไปอย่างสมดุล
ท้ายที่สุด ไทยย้ำว่าพร้อมฟื้นฟูความสัมพันธ์กับกัมพูชา แต่ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงใจจากทั้งสองฝ่าย โดยยึดตามแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ลดความตึงเครียด งดการยั่วยุ และใช้กลไกทวิภาคีในการแก้ไขปัญหาตามแนวชายแดนด้วยสันติวิธี








