สถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าอิหร่านเปิดฉากโจมตีฐานทัพของสหรัฐในภูมิภาค ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่าสามารถสกัดขีปนาวุธที่ถูกยิงมาได้ทั้งหมด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า CENTCOM แถลงว่า กองทัพสหรัฐสามารถยิงสกัดขีปนาวุธวิถีหลายลูกที่อิหร่านยิงโจมตีฐานทัพสหรัฐในตะวันออกกลาง โดยระบุว่าเป็นความพยายามโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว แต่กองกำลังสหรัฐยังคงอยู่ในระดับเฝ้าระวังสูง จึงสามารถสกัดขีปนาวุธได้ทั้งหมด

แม้แถลงการณ์ของ CENTCOM จะไม่ได้ระบุสถานที่และช่วงเวลาของเหตุการณ์อย่างชัดเจน แต่สื่อหลายแห่งในสหรัฐรายงานว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐในประเทศจอร์แดนสามารถสกัดขีปนาวุธได้ทั้งหมด

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ สั่งระงับปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านเป็นการชั่วคราว หลังการปฏิบัติการดำเนินต่อเนื่องเกือบ 2 สัปดาห์ โดยระบุว่าการเจรจากับอิหร่านกำลังมีความคืบหน้า แต่เตือนว่า หากการเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จ สหรัฐพร้อมกลับมาใช้มาตรการทางทหารอีกครั้ง

ด้านอิหร่านปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่าเป็นฝ่ายร้องขอการเจรจากับสหรัฐ โดยยืนยันว่ายังคงใช้ช่องทางการทูตผ่านผู้แทนไกล่เกลี่ย และไม่ได้เป็นฝ่ายร้องขอให้มีการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งตามที่ผู้นำสหรัฐกล่าวอ้าง

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า กองกำลังสหรัฐร่วมกับกองกำลังซาอุดีอาระเบีย เปิดปฏิบัติการโจมตีคลังอาวุธและฐานลำเลียงยุทโธปกรณ์หลายแห่งในพื้นที่ทางตะวันออกของอิรัก เพื่อตอบโต้หลังกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ส่งโดรนโจมตีฐานทัพสหรัฐและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบียมากกว่า 30 ครั้ง ภายในช่วง 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รัฐบาลซาอุดีอาระเบียยืนยันว่า ไม่ต้องการให้สถานการณ์บานปลาย แต่พร้อมตอบโต้หากมีการโจมตีหรือคุกคามต่อดินแดนของประเทศ