สหรัฐฯ เช็กบิล 60 ประเทศ! ประกาศเก็บภาษีนำเข้าใหม่ 10- 12.5% อ้างปมสิทธิแรงงาน ไทยโดนด้วย 12.5 % เริ่มศุกร์นี้!
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้อัตราภาษีนำเข้าใหม่กับประเทศคู่ค้าจำนวน 60 ประเทศ โดยให้เหตุผลสำคัญว่าประเทศเหล่านี้ไม่มีมาตรการบังคับใช้กฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากการใช้แรงงานบังคับอย่างมีประสิทธิภาพพอ
มาตรการภาษีใหม่นี้จะถูกนำมาใช้แทนที่ภาษีนำเข้าทั่วโลกที่ประธานาธิบดีทรัมป์เคยประกาศใช้เมื่อต้นปี 2567 ซึ่งกำลังจะหมดอายุลง โดยอัตราภาษีใหม่จะมีผลบังคับใช้ในวันศุกร์ตามเวลาในสหรัฐฯ (หรือตรงกับวันนี้ตามเวลาในประเทศไทย) อัตราภาษีจะแบ่งออกเป็นสองระดับคือ 10% และ 12.5% ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่และประเทศคู่ค้าสำคัญทั่วโลก
ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ มีมาตรการต่อต้านสินค้าจากแรงงานบังคับมาเกือบศตวรรษ การดำเนินการครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการค้าที่ไม่เป็นธรรม เพื่อยกระดับสิทธิและสวัสดิภาพของแรงงานทั่วโลก โดยรัฐบาลทรัมป์ได้เร่งดำเนินการสร้างกำแพงภาษีนี้ขึ้นใหม่ หลังจากที่มาตรการเดิมถูกศาลฎีกาสั่งยกเลิกไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ทรัมป์ต้องใช้อำนาจผ่านหน่วยงานต่างๆ เพื่อเรียกเก็บภาษีอีกครั้งก่อนที่คำสั่งเดิมจะหมดอายุในวันศุกร์นี้
สำหรับการแบ่งกลุ่มประเทศที่ถูกเรียกเก็บภาษีมีดังนี้:
- กลุ่มภาษี 10%: คือกลุ่มประเทศที่มีการปฏิบัติตามข้อห้ามเรื่องแรงงานบังคับ ได้แก่ แคนาดา สหภาพยุโรป (EU) และสหราชอาณาจักร
- กลุ่มภาษี 12.5%: คือกลุ่มประเทศอื่นๆ ที่เหลือรวม 60 ประเทศ รวมถึงคู่ค้าสำคัญอย่าง จีน, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์ และ ไทย
อย่างไรก็ตาม สินค้าบางประเภทจะได้รับการยกเว้นจากอัตราภาษีใหม่นี้ ได้แก่ สินค้าที่เผชิญกับภาษีเฉพาะภาคส่วนอยู่แล้ว เช่น เหล็กและอลูมิเนียม รวมถึงสินค้าที่นำเข้าภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างสหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดา (USMCA) ก็จะไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้เช่นกัน





