สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 28 ก.ค.69 มีรายงานว่า พล.ต.อ. นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร.(กมค.) อาวุโสอันดับ 1 มีหนังสือบันทึกข้อความ ด่วนที่สุด ถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ลงวันที่ 27 ก.ค. มีใจความระบุว่า “เรื่อง ไม่สมัครใจโอนไปรับราชการยังส่วนราชการอื่น
เรียน ผบ.ตร. ผ่าน ผบช.สกพ.ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลง 24 ก.ค. เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ แจ้งว่ามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ด.อ.สำราญ นวลมา พ้นจากตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ตั้งแต่ 1 ต.ค.เป็นต้นไปนั้น
ข้าพเจ้าขอเรียนว่า ตามมาตรา 93 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “การโอนข้าราชการตำรวจไปรับราชการในส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นจะกระทำได้เมื่อเจ้าตัวสมัครใจและส่วนราชการหรือหน่วยงานต้องการจะรับโอนผู้นั้น โดยให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่ขอรับโฮอทำความตกลงกับ ตร.และข้า ฯ มีอายุราชการเหลืออีก 2 ปี งบประมาณ
ตลอตระยะเวลาการรับราชการใน ตร. รวม 37 งบประมาณ จนมีความเจริญก้วหน้ามาตามลำดับถึงถึงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.ในปัจจุบัน ข้าฯ ได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการ สายงานสืบสวนสอบสวน งานป้องกันปราบปราม และงานอำนวยการ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและทุ่มเท
โดยคำนึงถึงประโยชน์ต่อทางราชการ สังคมและประชาชนเป็นสำคัญ และมีความรู้ความเข้าใจการบริหารงานสำรวจในระดับมหภาค สามารถบูรณาการระหว่างงานสายปฏิบัติการและงานอำนวยการให้ปฏิบัติงานส่งเสริมกันและกันอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและปลอดภัย มาใช้ในงานตำรวจได้เป็นอย่างตึ
ประกอบกับที่ผ่านมาข้าฯ ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานในส่วนราชการอื่นใดมาก่อนเลยและระยะเวลาการรับราชการที่เหลืออยู่หากโอนไปรับราชการในส่วนราชการอื่นไม่นำจะก่อให้เกิดประโยชน์ได้มากกว่าการรับราชการในสังกัด ตร. ต่อไป
ดังนั้น เมื่อคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของทางราชการและความสอดคล้องการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีตามหลักธรรมาภิบาลแล้ว ข้าฯ จึงขอเรียนยืนอันว่าไม่มีความสามารถรับราชการยังส่วนราชการอื่นใด จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ “ หนังสือดังกล่าวระบุ





