นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำสัปดาห์ ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยเลื่อนการประชุมมาเป็นวันจันทร์ เนื่องจากวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม เป็นวันหยุดราชการ

ก่อนการประชุม ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีการฟ้องร้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) หลังมีการพาดพิงถึงคดีฮั้วสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่าเป็นการฟ้องในนามส่วนตัวหรือในนามนายกรัฐมนตรี

นายอนุทิน ตอบว่า “เรื่องการฟ้องเป็นสิทธิของทุกคนอยู่แล้ว”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมถึงกรณีที่นายยิ่งชีพระบุว่าจะเปิดเผยหลักฐานเพิ่มเติม นายอนุทินยิ้มก่อนตอบสั้น ๆ ว่า “เอาเลย” ก่อนเดินขึ้นไปเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี

สำหรับวาระการประชุม คาดว่ากระทรวงการคลังจะเสนอขยายระยะเวลาการรับสิทธิของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบันต่อเนื่องถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 โดยผู้ได้รับสิทธิเดิมไม่ต้องดำเนินการเพิ่มเติม และกำหนดให้ผู้ได้รับสิทธิในโครงการปี 2569 ทุกกลุ่มเริ่มรับสิทธิพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 พร้อมเสนอขยายระยะเวลาทบทวนสิทธิถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเตรียมเสนอปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในหลายด้าน อาทิ หลักเกณฑ์การถือครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ การปรับปรุงข้อมูลด้านการศึกษา การพิจารณาสถานะผู้ถือหุ้นและกรรมการบริษัท รวมถึงข้อมูลบัญชีตราสารหนี้และหลักทรัพย์

ด้านวาระเพื่อพิจารณา กระทรวงการคลังเตรียมเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาขยายระยะเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ร่างพระราชกฤษฎีกายกเว้นภาษีสำหรับโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ และร่างกฎกระทรวงเกี่ยวกับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหม

ขณะที่กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอขอความเห็นชอบให้นำเงินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ทดรองจ่ายเงินสนับสนุนค่างานโยธา ตามสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์–มีนบุรี (สุวินทวงศ์) สำหรับปีงบประมาณ 2569

ส่วนวาระเพื่อทราบ มีทั้งการเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่ 2 การแต่งตั้งกรรมการในหน่วยงานต่าง ๆ รายงานผลการกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาล รายงานสถานการณ์การส่งออกของไทย และร่างแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ พ.ศ. 2569–2570 ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม