นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นแสดงความเสียใจต่อครอบครัวทหารพรานที่เสียชีวิต พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ประเด็นการประกาศใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส นายวันมูหะมัดนอร์ ชี้แจงว่า ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกและ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อยู่ก่อนแล้ว ส่วนการเพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติการเป็นเรื่องของฝ่ายปฏิบัติที่จะต้องเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสมตามสถานการณ์ สำหรับข้อสังเกตว่าเป็นการตอบโต้กระบวนการพูดคุยสันติสุขหรือไม่นั้น ยอมรับว่าอาจทำให้การเจรจามีความซับซ้อนขึ้นเนื่องจากมีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ฝ่ายนโยบายยังคงมองว่าการเจรจาเป็นวิถีทางสำคัญสู่สันติภาพที่ยั่งยืน ซึ่งต้องดำเนินควบคู่ไปกับมาตรการปราบปรามผู้กระทำผิด
ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เน้นย้ำให้ฝ่ายความมั่นคงขยายผลการสืบสวนไปยังกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมายในพื้นที่ ทั้งขบวนการค้ายาเสพติดและการลักลอบค้าของเถื่อน รวมถึงน้ำมันเถื่อนตามแนวชายแดน เนื่องจากกลุ่มอิทธิพลเหล่านี้อาจมีส่วนเชื่อมโยงหรือสนับสนุนเงินทุนในการก่อความไม่สงบ จึงจำเป็นต้องกวาดล้างทุกมิติไปพร้อมกัน
สำหรับการนัดประชุมคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล) ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะผู้แทนพิเศษฯ ทั้งนี้ เสนอแนะว่าควรมียุทธศาสตร์จัดประชุมอย่างน้อยทุก 2 เดือน เพื่อประเมินและรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
พร้อมกันนี้ ได้โต้กระแสวิจารณ์เรื่องรัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับปัญหาภาคใต้ โดยระบุว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพิ่งเข้ามาบริหารประเทศได้ประมาณ 5-6 เดือน และได้มอบหมายภารกิจให้ตนร่วมกำกับดูแล โดยยืนยันว่าทุกฝ่ายกำลังเร่งแก้ไขปัญหา และเชื่อมั่นว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นหากได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและประชาชนในพื้นที่





