"ศิริกัญญา" ชี้ช่องโหว่! งบปี 70 งบคลาวด์รัฐซ้ำซ้อน สั่งแขวนรอเคลียร์กระทรวงดีอี พร้อมเตือนรัฐบาลจับตาโครงการโซลาร์เซลล์ 6.5 พันล้าน หวั่นซ้ำรอยคดีทุจริตเดิม
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ. 2570 เปิดเผยความคืบหน้าการพิจารณางบประมาณตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าขณะนี้มีความคืบหน้าไปแล้วเกินครึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ในชั้นอนุกรรมาธิการเริ่มพบความผิดปกติในระดับรายการที่มีการตั้งราคาสูงเกินจริงอย่างน่าสงสัย
โดยเฉพาะในส่วนของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พบว่ามีการปรับลดงบประมาณส่วนที่เป็นสวัสดิการที่ส่งตรงถึงมือประชาชนลง แต่กลับไปเพิ่มงบประมาณสำหรับการบริหารจัดการภายใน โดยเฉพาะโครงการจัดทำ Data Center และฐานข้อมูล ซึ่งเมื่อตรวจสอบไส้ในกลับพบการตั้งราคาครุภัณฑ์ที่สูงผิดปกติ อาทิ ประตูหนีไฟ ราคาสูงถึงบานละ 200,000 บาท, ชุดสำรองไฟ (UPS) ราคา 800,000 บาท และเก้าอี้สำนักงาน ราคาตัวละ 15,000 บาท
นอกจากนี้ ยังพบปัญหาความซ้ำซ้อนของการจัดซื้อจัดจ้างด้านดิจิทัล แม้ในปีนี้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จะได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นถึง 30% หรือกว่า 5,000 ล้านบาท เพื่อทำระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) แต่กลับพบว่าหน่วยงานต่างๆ ยังคงตั้งงบประมาณขอซื้อหรือเช่าระบบคลาวด์แยกเองต่างหาก ทำให้อนุกรรมาธิการบูรณาการรัฐบาลดิจิทัลมีมติ "สั่งแขวน" งบประมาณในส่วนนี้ไว้ก่อน จนกว่าจะได้รับใบรับรองจากกระทรวงดีอีว่าคลาวด์กลางไม่สามารถรองรับได้จริง จึงจะอนุญาตให้ผ่านงบได้
ในส่วนของ กระทรวงมหาดไทย น.ส.ศิริกัญญา ได้ตั้งข้อสังเกตใน 2 ประเด็นสำคัญ คือ:
- งบอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง: มีการขอใช้เงินงบกลางหลายสิบล้านบาทควบคู่กับการเก็บค่าหลักสูตรสูงถึง 200,000–300,000 บาทต่อคน ซึ่งมองว่าเป็นการใช้งบแบบ "กระเป๋าซ้ายกระเป๋าขวา" และผู้เข้าอบรมหลายคนกลับเกษียณอายุราชการก่อนที่จะได้นำความรู้มาใช้ในตำแหน่งที่สูงขึ้น
- ความล่าช้าของศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย: โครงการก่อสร้างมีความคืบหน้าเพียง 1 ใน 3 จากแผนที่ต้องเสร็จในปี 2569 สาเหตุจากผู้รับเหมาเดิมฟันราคาต่ำกว่าราคากลางถึง 500 ล้านบาทจนขาดสภาพคล่อง และบริษัทผู้ควบคุมงานก็มีปัญหาเช่นกัน ทำให้รัฐต้องเสียโอกาสและต้องตั้งงบประมาณปรับปรุงอาคารเก่าไปพลางก่อน
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า การจัดสรรงบกลาง 6,500 ล้านบาท ในโครงการระบบสูบน้ำบาดาลพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อรับมือภัยแล้ง ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับโครงการในปี 2563 วงเงิน 7,500 ล้านบาท ที่เคยถูก ป.ป.ช. ชี้มูลว่าเสี่ยงต่อการทุจริตจนต้องยกเลิกไป จึงขอให้ภาคประชาชนและผู้เชี่ยวชาญช่วยกันตรวจสอบร่าง TOR ว่ามีการ "ล็อกสเปก" อุปกรณ์เจาะบาดาลหรืออินเวอร์เตอร์โซลาร์เซลล์ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้เอกชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่





