อินทผลัมกลายเป็นวัตถุดิบยอดนิยมของกลุ่มคนรักสุขภาพ หลายคนนำมาใส่สมูทตี ทำเอเนอร์จีบอล หรือบดเป็นเนื้อครีมเพื่อใช้เพิ่มความหวานแทนน้ำตาลทราย เพราะมองว่าเป็นความหวานจากธรรมชาติและผ่านกระบวนการน้อยกว่า

คำถามคือ แม้อินทผลัมจะเป็นผลไม้ แต่ก็มีน้ำตาลสูง แล้วจะถือว่าดีกว่าน้ำตาลได้จริงหรือ?

คำตอบคือ ดีกว่าในแง่คุณค่าทางโภชนาการ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะกินได้โดยไม่ต้องควบคุมปริมาณ

น้ำตาลทรายให้พลังงานและความหวานเป็นหลัก แต่แทบไม่มีใยอาหารหรือสารอาหารสำคัญ ขณะที่อินทผลัมทั้งผลยังมีใยอาหาร โพแทสเซียม และสารจากพืชติดมาด้วย โดยอินทผลัมเมดจูล 100 กรัม มีน้ำตาลประมาณ 66 กรัม ใยอาหารประมาณ 6.7 กรัม และโพแทสเซียมประมาณ 696 มิลลิกรัม อย่างไรก็ตาม อินทผลัมก็ยังเป็นอาหารที่ให้พลังงานและน้ำตาลค่อนข้างสูง จึงไม่ควรกินเพลินครั้งละมาก ๆ

ใยอาหารและโครงสร้างของผลไม้ทั้งชิ้นอาจช่วยให้ร่างกายย่อยและดูดซึมน้ำตาลต่างจากการกินน้ำตาลทรายโดยตรง งานวิจัยพบว่าค่าดัชนีน้ำตาลของอินทผลัมแตกต่างกันตามสายพันธุ์และวิธีรับประทาน โดยหลายสายพันธุ์อยู่ในช่วงต่ำถึงปานกลาง แต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น เพราะปริมาณที่กินยังเป็นปัจจัยสำคัญ

อีกจุดที่ต้องแยกให้ออกคือ อินทผลัมทั้งผลกับไซรัปอินทผลัมไม่เหมือนกัน องค์การอนามัยโลกจัดน้ำตาลที่อยู่ในไซรัป น้ำผึ้ง น้ำผลไม้ และน้ำผลไม้เข้มข้นเป็น “น้ำตาลอิสระ” ซึ่งควรจำกัดปริมาณ ดังนั้น เมื่อนำอินทผลัมไปบดกรองหรือแปรรูปเป็นไซรัป ก็ไม่ควรคิดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่กินได้ไม่จำกัดเพียงเพราะติดคำว่า “ธรรมชาติ”

วิธีกินอินทผลัมแบบ Wellness คือรับประทานเป็นผลในปริมาณพอเหมาะ เช่น 1–2 ผล จับคู่กับถั่วไม่เค็ม โยเกิร์ตรสธรรมชาติ หรือโปรตีน เพื่อให้อิ่มนานขึ้น และควรตรวจฉลากผลิตภัณฑ์ว่าเติมน้ำตาลหรือไซรัปชนิดอื่นมาด้วยหรือไม่

สรุปแล้ว อินทผลัมมีข้อได้เปรียบกว่าน้ำตาลทรายตรงที่ยังมีใยอาหารและสารอาหารติดมาด้วย แต่ยังคงเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลและพลังงานสูง หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่แค่เลือกว่าหวานจากอะไร แต่ต้องดูด้วยว่า หวานแค่ไหน และกินมากเท่าไร