วันที่ 24 ก.ค.69 - นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมกำลังติดตามมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกาอย่างใกล้ชิด หลังสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือ USTR ใช้มาตรา 301 แห่งกฎหมายการค้าปี 1974 กับประเทศและเขตเศรษฐกิจ 60 แห่ง กรณียังไม่มีหรือยังบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับได้ไม่เพียงพอ
สำหรับประเทศไทย USTR กำหนดภาษีเพิ่มเติมในอัตรา 12.5% สำหรับสินค้านำเข้าจากไทย โดยมีข้อยกเว้นบางรายการตามบัญชีที่กำหนด และเริ่มมีผลกับสินค้าที่นำเข้าเพื่อการบริโภคตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ตามเวลาสหรัฐฯ มาตรการดังกล่าวสร้างแรงกดดันต่อผู้ประกอบการไทย เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับต้นของประเทศ โดยช่วงเดือนมกราคม–พฤษภาคม 2569 ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ มูลค่าประมาณ 38,037 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 40.31% และคิดเป็นสัดส่วนราว 23.5% ของการส่งออกไทยทั้งหมด
ส.อ.ท. ระบุว่า ยังไม่สามารถประเมินผลกระทบจากอัตราภาษีในภาพรวมเพียงตัวเลขเดียวได้ เพราะต้องตรวจสอบเป็นรายพิกัดสินค้า รวมถึงแยกสินค้าที่ได้รับยกเว้น และสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรา 232 อยู่แล้ว สินค้าที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ได้แก่ อาหารและอาหารแปรรูป ชิ้นส่วนยานยนต์ อัญมณีและเครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ สิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งหลายกลุ่มพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ในสัดส่วนสูง ส.อ.ท. จึงเตรียมหารือกับกระทรวงพาณิชย์ กลุ่มอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินภาระต้นทุน แนวโน้มคำสั่งซื้อ และผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ก่อนจัดทำข้อเสนอช่วยเหลือให้เหมาะกับแต่ละอุตสาหกรรม
ประธาน ส.อ.ท. ยืนยันว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยให้ความสำคัญกับกฎหมายแรงงานและมาตรฐานสากล โดยเฉพาะผู้ส่งออกที่ต้องผ่านการตรวจประเมินจากคู่ค้าระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ไทยควรใช้จุดแข็งดังกล่าวพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ ตั้งแต่แหล่งกำเนิดสินค้า วัตถุดิบ ไปจนถึงกระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและใช้เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ในการเจรจากับฝ่ายสหรัฐฯ
ส.อ.ท. เชื่อว่าการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทยกับสหรัฐฯ หรือ Agreement on Reciprocal Trade: ART ภายใต้การนำของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะเป็นกลไกสำคัญในการหาข้อสรุปที่สมดุลและเป็นธรรม ส.อ.ท. พร้อมสนับสนุนข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรมและทำงานร่วมกับภาครัฐ เพื่อบรรเทาผลกระทบ รักษาคำสั่งซื้อ และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการไทยในตลาดสหรัฐฯ





