สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมมือกับกระทรวงคมนาคม โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการขนส่งทางบก สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) และธนาคารกรุงไทย ร่วมกันจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 แนบท้ายบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก
การลงนามดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2565–2570 ของรัฐบาล ซึ่งมีเป้าหมายลดอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุให้เหลือ 12 คนต่อประชากร 1 แสนคน สอดคล้องกับมาตรฐานขององค์การสหประชาชาติ หลังพบสถิติอุบัติเหตุในประเทศไทยยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอันเนื่องมาจากการขาดวินัยจราจร และมีปัญหาประชาชนค้างชำระใบสั่งจราจรสะสมรวมกันหลายสิบล้านใบ
สำหรับการปรับปรุงระบบเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งในครั้งนี้ ได้รับการยกระดับให้สอดคล้องตามแนวคำพิพากษาของศาลปกครองและหลักนิติธรรมสากล โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบข้อมูลใบสั่งของตนเองได้อย่างโปร่งใสก่อนตัดสินใจชำระค่าปรับ ซึ่งระบบใหม่จะแสดงรายละเอียดสำคัญ ได้แก่ สำเนาใบสั่งและสำเนาหนังสือแจ้งเตือน, สำเนาหลักฐานการส่งไปรษณีย์ตอบรับ และข้อมูลระบุตัวตนของเจ้าพนักงานจราจรผู้เป็นผู้ออกใบสั่ง
ในส่วนของมาตรการบังคับใช้กฎหมายกับเจ้าของรถที่ค้างชำระใบสั่งจราจร เมื่อถึงกำหนดเวลาเดินทางไปติดต่อเสียภาษีประจำปี ณ สำนักงานขนส่ง จะมีแนวทางปฏิบัติคือ ประชาชนสามารถตรวจสอบและเลือกชำระค่าปรับที่ค้างอยู่กับนายทะเบียนขนส่งได้ทันทีในคราวเดียวกัน แต่หากยังไม่พร้อมชำระค่าปรับ ทางราชการจะยังคงอนุญาตให้ดำเนินการชำระภาษีประจำปีได้ตามปกติ ทว่าเจ้าของรถ จะไม่ได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีหรือป้ายภาษีฉบับจริง จนกว่าจะเคลียร์ยอดค้างชำระค่าปรับทั้งหมดให้ครบถ้วนเสียก่อน
ทั้งนี้ มาตรการเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวจะเริ่มบังคับใช้กับใบสั่งจราจรฉบับแรกที่ออกให้กับผู้ขับขี่ซึ่งกระทำความผิดตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป โดยไม่มีผลย้อนหลังไปถึงใบสั่งเก่าก่อนหน้านี้ หากผู้ขับขี่ได้รับใบสั่งหลังวันที่ 1 สิงหาคมแล้วยังคงเพิกเฉยไม่ชำระ ระบบจะจัดส่งหนังสือแจ้งเตือนตามขั้นตอนกฎหมาย และหากยังไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาประมาณ 60 ถึง 90 วันนับแต่วันที่ออกใบสั่ง ข้อมูลการค้างชำระดังกล่าวจะถูกส่งต่อเข้าสู่ระบบของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งจะเริ่มส่งผลกระทบอย่างเป็นทางการในช่วงรอบการเดินทางไปต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ระหว่างเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2569 นี้





