ตำรวจท่องเที่ยวติวเข้ม "ยุวทูตตำรวจท่องเที่ยว" ถ่ายทอดทักษะ CRAT "หลีก-ปิด-ป้องกัน" รับมือเหตุฉุกเฉิน พร้อมเป็นเครือข่ายช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ
ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความปลอดภัย การป้องกันเหตุรุนแรง และการเตรียมความพร้อมของประชาชนในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้มอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะด้านความปลอดภัยแก่ภาคประชาชนอย่างเป็นระบบ
การดำเนินงานอยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมด้วย พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ และ พล.ต.ต.ม.ล.สันธิกร วรวรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว
โดยมี พล.ต.ต.ดนุ กล่ำสุ่ม ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 และ พ.ต.อ.แมน รถทอง ผู้กำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงาน พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชากำกับ ดูแล และสนับสนุนการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด



เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.00–17.00 น. คณะวิทยากรนำโดย พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 และ พ.ต.ท.กฤตพร แสงสุระ สารวัตร กองกำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมทีมวิทยากรจากกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ดำเนินการฝึกอบรม ณ ห้องประชุมรักตะกนิษฐ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
การฝึกอบรมมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ ทักษะการตัดสินใจ และความพร้อมด้านความปลอดภัยให้แก่นักศึกษาในโครงการยุวทูตตำรวจท่องเที่ยว ตลอดจนบุคลากรและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถดูแลตนเอง ช่วยเหลือผู้ที่อยู่รอบข้าง และประสานการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ได้อย่างเหมาะสมเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
เตรียมใจ เตรียมคน และเตรียมระบบ
การอบรมครั้งนี้นำแนวคิด CRAT: Civilian Response to Active Threat และหลักปฏิบัติ “หลีก–ปิด–ป้องกัน” หรือ Avoid–Deny–Defend มาเป็นกรอบการเรียนรู้สำหรับภาคประชาชน โดยออกแบบเนื้อหาให้เข้าใจง่าย จดจำได้ และสามารถประยุกต์ใช้ในสถานศึกษา โรงพยาบาล สถานประกอบการ แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่สาธารณะ
หัวใจของการฝึกมิใช่การสอนให้ประชาชนเข้าเผชิญหน้ากับอันตราย แต่เป็นการเสริมความสามารถในการ
รู้ตัว
ตั้งสติ
ประเมินสถานการณ์
ตัดสินใจ
และลงมือปฏิบัติอย่างเหมาะสม
เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิต ลดความสูญเสีย และช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่ทำให้เกิดผู้ประสบภัยเพิ่มขึ้น

สำหรับนักศึกษาในโครงการยุวทูตตำรวจท่องเที่ยว การเรียนรู้ครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงให้มีความรู้เพื่อดูแลตนเอง แต่ยังเสริมบทบาทการเป็นผู้ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในระดับภาคประชาชน ทั้งด้านการสังเกตสถานการณ์ การสื่อสารข้อมูลอย่างถูกต้อง การช่วยนำผู้คนออกจากพื้นที่เสี่ยง การลดข่าวลือหรือข้อมูลคลาดเคลื่อน และการประสานตำรวจท่องเที่ยวหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
ฝึกตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเหตุการณ์
หัวข้อสำคัญของการอบรม ประกอบด้วย
* การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินและเหตุคุกคามรุนแรง
* แนวทางปฏิบัติ CRAT: หลีก–ปิด–ป้องกัน
* การตระหนักรู้สถานการณ์และการประเมินทิศทางของภัย
* การสังเกตสัญญาณเตือนหรือพฤติกรรมเสี่ยง
* การสื่อสารเพื่อลดระดับความตึงเครียด
* การแจ้งเหตุและส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องแก่เจ้าหน้าที่
* การปฐมพยาบาลและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเบื้องต้น
* การฝึกผ่านสถานการณ์จำลองภายใต้มาตรการความปลอดภัย
* การถอดบทเรียนและเชื่อมโยงความรู้สู่การปฏิบัติจริง
การฝึกอบรมไม่ได้มุ่งสร้างความหวาดกลัวหรือความหวาดระแวง แต่เป็นการสร้าง ความพร้อมและวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงระบบ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถดูแลตนเอง ดูแลผู้ที่อยู่รอบข้าง และร่วมกันลดความเสี่ยงได้ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และภายหลังเหตุการณ์
คณะวิทยากรเน้นย้ำว่า เหตุรุนแรงบางกรณี อาจมีสัญญาณเตือนหรือปัจจัยเสี่ยงปรากฏล่วงหน้า เช่น ความเครียดสะสม ความขัดแย้งในครอบครัวหรือความสัมพันธ์ การแยกตัวออกจากสังคม การแสดงออกถึงความสิ้นหวัง การข่มขู่ หรือการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และพฤติกรรมอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม การพบสัญญาณใดสัญญาณหนึ่งไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นจะก่อเหตุรุนแรงเสมอไป จึงไม่ควรด่วนตัดสิน ตีตรา หรือเข้าเผชิญหน้าด้วยตนเอง แต่ควรพิจารณาบริบท ประสานผู้รับผิดชอบ และส่งต่อเข้าสู่ระบบดูแลหรือกระบวนการช่วยเหลือที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที
ป้องกันก่อนต้องปกป้อง
นอกจากการเตรียมความพร้อมในการตอบสนองเมื่อเกิดเหตุแล้ว การอบรมยังให้ความสำคัญกับแนวคิด
“ป้องกันก่อนต้องปกป้อง”
Prevention Before Protection
โดยมุ่งค้นหาและลดปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง เปิดพื้นที่ให้ผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือ และสร้างระบบดูแลร่วมกันระหว่างสถานศึกษา ครอบครัว บุคลากรด้านความปลอดภัย หน่วยงานสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ตำรวจ
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนว่า ความปลอดภัยไม่ได้เริ่มขึ้นเมื่อเสียงสัญญาณเตือนดัง หรือเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงเท่านั้น แต่เริ่มจากการสังเกตเห็นกัน การรับฟังโดยไม่ตัดสิน การส่งต่อข้อมูลอย่างรับผิดชอบ และการเตรียมระบบให้ทุกคนเข้าใจบทบาทของตนเองก่อนเกิดเหตุ
ยุวทูตตำรวจท่องเที่ยวจึงมิใช่ผู้เข้าไปเผชิญหน้ากับอันตรายแทนเจ้าหน้าที่ แต่เป็นผู้ที่สามารถรักษาสติ ช่วยลดความสับสน สื่อสารกับนักท่องเที่ยวซึ่งอาจมีข้อจำกัดด้านภาษาและวัฒนธรรม และเชื่อมต่อความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสมในช่วงเวลาสำคัญ
การดำเนินกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้เข้ารับการอบรมให้ความสนใจและมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ การวิเคราะห์สถานการณ์ และการฝึกปฏิบัติเป็นอย่างดี โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ตลอดจนหน่วยงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง
กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวจะเดินหน้าถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านความปลอดภัย การป้องกันเหตุรุนแรง และการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินแก่ภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสังคมที่
ตระหนักรู้
มีสติ
พร้อมรับมือ
และดูแลกันอย่างเป็นระบบ
ตลอดจนเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน





