เมื่อพูดถึงสารอาหารจากผักและผลไม้ หลายคนอาจคุ้นเคยกับวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร แต่ในพืชยังมีสารธรรมชาติอีกกลุ่มหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจในวงการ Wellness นั่นคือ “ฟลาวานอล” หรือ Flavanols

ฟลาวานอล หรือชื่อที่ใช้ทางวิทยาศาสตร์ว่า “Flavan-3-ols” เป็นกลุ่มย่อยของฟลาโวนอยด์ ซึ่งอยู่ในครอบครัวใหญ่ของสารโพลีฟีนอล พืชสร้างสารเหล่านี้ขึ้นเพื่อช่วยรับมือกับสิ่งแวดล้อมและป้องกันตนเอง โดยมนุษย์จะได้รับฟลาวานอลผ่านอาหารและเครื่องดื่มจากพืช ไม่ได้สร้างขึ้นเองในร่างกาย

สารที่อยู่ในกลุ่มนี้ ได้แก่ คาเทชิน อีพิคาเทชิน และสารที่พบในชาอย่างอีพิกัลโลคาเทชินกัลเลต หรือ EGCG ฐานข้อมูลของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ระบุว่า แหล่งอาหารสำคัญของฟลาวานอลประกอบด้วยชา โกโก้ แอปเปิล องุ่น เชอร์รี แอปริคอต และผลไม้ตระกูลเบอร์รี อย่างไรก็ตาม ปริมาณสารอาจแตกต่างกันตามสายพันธุ์ วิธีเพาะปลูก การแปรรูป และวิธีปรุงอาหาร

เหตุผลที่ฟลาวานอลได้รับความสนใจ คือผลการศึกษาที่พบว่าอาหารซึ่งมีสารกลุ่มนี้อาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของหลอดเลือด โดยเฉพาะการช่วยสนับสนุนการสร้างไนตริกออกไซด์ ซึ่งมีบทบาทต่อการคลายตัวของหลอดเลือดและการไหลเวียนของเลือด งานวิเคราะห์การศึกษาติดตามประชากรมากกว่า 1.5 ล้านคนพบว่า การได้รับฟลาโวนอยด์จากอาหารในระดับสูงขึ้นมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่ลดลง โดยเฉพาะสารกลุ่มแอนโทไซยานินและฟลาวาน-3-ออล

อย่างไรก็ตาม คำว่า “มีความสัมพันธ์” ไม่ได้หมายความว่าฟลาวานอลสามารถป้องกันหรือรักษาโรคหัวใจได้โดยตรง เนื่องจากผู้ที่รับประทานอาหารจากพืชมากมักมีพฤติกรรมสุขภาพด้านอื่นร่วมด้วย เช่น ออกกำลังกาย ไม่สูบบุหรี่ และควบคุมน้ำหนัก

หลักฐานจากการทดลองในคนยังให้ผลที่ต้องตีความอย่างระมัดระวัง ตัวอย่างเช่น การทดลอง COSMOS ในผู้สูงอายุพบว่าอาหารเสริมสารสกัดโกโก้ไม่ได้ลดเหตุการณ์โรคหัวใจและหลอดเลือดโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ แม้พบสัญญาณเรื่องการเสียชีวิตจากโรคหัวใจที่ลดลง ซึ่งนักวิจัยระบุว่ายังต้องศึกษาเพิ่มเติม

ดังนั้น การได้ยินว่าโกโก้มีฟลาวานอล ไม่ได้แปลว่าควรกินช็อกโกแลตทุกชนิดในปริมาณมาก เพราะผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตอาจมีน้ำตาล ไขมัน และพลังงานสูง ขณะเดียวกันการแปรรูปโกโก้ด้วยด่างอาจทำให้ปริมาณฟลาวานอลลดลงอย่างมาก ฐานข้อมูล USDA แสดงให้เห็นว่าโกโก้ธรรมชาติและโกโก้ที่ผ่านกระบวนการต่างกันอาจมีปริมาณสารกลุ่มนี้ไม่เท่ากัน

วิธีเพิ่มฟลาวานอลที่ไม่ซับซ้อน คือเลือกอาหารธรรมชาติให้หลากหลาย เช่น ดื่มชาไม่หวาน รับประทานแอปเปิลทั้งเปลือก องุ่น เบอร์รี และเลือกโกโก้ไม่หวานในปริมาณพอดี โดยไม่จำเป็นต้องไล่คำนวณปริมาณสารทุกมื้อ

American Heart Association ย้ำว่า การดูแลหัวใจควรมองจากรูปแบบอาหารโดยรวม เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด ถั่ว และอาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อย มากกว่าฝากความหวังไว้กับสารหรืออาหารชนิดใดเพียงอย่างเดียว

ฟลาวานอลจึงไม่ใช่ “สารวิเศษ” แต่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การรับประทานอาหารจากพืชอย่างหลากหลายมีความสำคัญ เพราะสิ่งที่ร่างกายได้รับไม่ได้มีเพียงสารชนิดเดียว แต่เป็นทั้งใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และสารจากพืชหลายกลุ่มที่ทำงานร่วมกัน