Sourdough ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่คือเทคนิคการทำขนมปังที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษยชาติ ซึ่งกำลังกลับมาได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มคนรักสุขภาพและความประณีตเรื่องอาหาร
ที่มา 6,000 ปี จากอียิปต์โบราณ
จุดกำเนิดของซาวโดว์ย้อนกลับไปราว 3,700 ปีก่อนคริสตกาลในยุคอียิปต์โบราณ ซึ่งเป็นยุคที่ยังไม่มียีสต์ผงสำเร็จรูป ผู้คนพบว่าเมื่อนำแป้งผสมน้ำทิ้งไว้ จุลินทรีย์และยีสต์ธรรมชาติในอากาศจะเกิดการหมัก จนแป้งพองตัว นำไปอบแล้วได้ขนมปังรสเปรี้ยวอ่อนๆ เก็บไว้ได้นานกว่าปกติ เทคนิคนี้กลายเป็นวิธีทำขนมปังหลักของมนุษย์ยาวนานหลายพันปี
ปัจจัยที่ทำให้ได้รับความนิยม
-
ตอบโจทย์สาย Health & Wellness: ใช้ส่วนผสมพื้นฐานเพียง 3 อย่าง คือ แป้ง น้ำ และเกลือ ปราศจากสารกันบูด นม เนย หรือน้ำตาล
-
พฤติกรรมช่วงล็อกดาวน์: ช่วงโควิด-19 การเลี้ยงหัวเชื้อ (Starter) กลายเป็นกิจกรรมยอดนิยมของคนที่ต้องอยู่บ้าน
-
มิติทางศิลปะ: รอยกรีดหน้าขนมปัง และโพรงอากาศด้านใน ตอบโจทย์การถ่ายภาพลงโซเชียลมีเดีย
ประโยชน์ต่อร่างกาย
-
ย่อยง่าย: กระบวนการหมักแบบยาวนาน ช่วยให้แบคทีเรีย แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) ย่อยแป้งและโปรตีน รวมถึงกลูเตนไปแล้วบางส่วน ผู้ที่แพ้กลูเตนแบบไม่รุนแรงจึงทานได้โดยไม่ท้องอืด
-
ดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI): กรดแลคติกจากการหมักช่วยชะลอการปล่อยน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด
-
ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น: การหมักช่วยย่อยสลาย Phytic Acid ที่ขัดขวางการดูดซึมแร่ธาตุ ทำให้ร่างกายได้รับธาตุเหล็ก สังกะสี และแมกนีเซียมเต็มที่
-
มี Prebiotics: ส่งเสริมการทำงานของจุลินทรีย์ดีในระบบขับถ่าย
กระบวนการทำ 5 ขั้นตอน
การทำซาวโดว์ไม่ได้ใช้วิธีนวดแป้ง แต่เน้นการบริหารเวลาและอุณหภูมิ:
-
เลี้ยง Starter: ผสมแป้งและน้ำ อัตราส่วน 1:1 ทิ้งไว้และคอยเติมอาหารทุกวันราว 5–7 วัน จนเกิดฟองและมีกลิ่นหมัก
-
Autolyse: ผสมหัวเชื้อ แป้งหลัก และน้ำ พักไว้ 30–60 นาที ให้แป้งดูดซึมน้ำและสร้างกลูเตน
-
Bulk Fermentation & Stretch and Fold: ใส่เกลือ แล้วใช้วิธีดึงแป้งพับทบทุก 30 นาที รวม 4 รอบ พักให้แป้งฟูขึ้น 50%
-
Shaping & Cold Retardation: ขึ้นรูปก้อนแป้ง ใส่ตะกร้า พักในตู้เย็น 12–18 ชั่วโมง เพื่อสร้างรสชาติและโครงสร้าง
-
Baking: อบในหม้อเหล็กหล่อ (Dutch Oven) ความร้อนสูงราว 230°C โดยใช้อบพร้อมไอน้ำเพื่อให้เปลือกกรอบและเนื้อในนุ่ม
*รูปภาพประกอบข้างในขนมปัง Sourdough หลังจากอบเสร็จ*
*รูปภาพประกอลักษณะหัวเชื้อ Sourdough ที่พร้อมใช้งาน*
-
มีฟองอากาศเยอะ
-
กลิ่นหอมเปรี้ยวคล้ายโยเกิร์ตหรือผลไม้หมัก
-
ปริมาตรเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า หลังให้อาหาร
การนำไปปรุงอาหาร
สามารถฝานเป็นแผ่นอบกรอบทาเนย, ทำ Avocado Toast หรือ ทำแซนด์วิชต่างๆ ทานคู่กับซุปข้นหรือสเต๊ก ส่วนเศษหัวเชื้อที่เหลือจากการให้อาหาร (Discard) นำไปทำหรือต่อยอดกับเมนูอื่นๆเช่น แพนเค้ก วาฟเฟิล หรือแครกเกอร์ได้
โครงสร้างต้นทุน
ซาวโดว์มีวัตถุดิบราคาต่ำ (แป้ง น้ำ เกลือ คิดเป็นต้นทุนประมาณ 30–60 บาทต่อก้อน) แต่มีต้นทุนค่าพลังงานจากเตาอบ และต้นทุนทางเวลาสูงมาก (ใช้เวลารวม 24–36 ชั่วโมง) ราคาขายตามร้านเบเกอรี่จึงอยู่ที่ก้อนละ 150–300 บาทขึ้นไป
Sourdough Bread จึงเป็นตัวเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก, ผู้ที่มีปัญหาเรื่องระบบย่อยอาหาร, คนที่ชอบทำเบเกอรี่งานคราฟต์ และผู้ที่ต้องการสร้างธุรกิจเบเกอรี่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย





