กลายเป็นประเด็นร้อนที่ผู้คนในสังคมให้ความสนใจและติดตามอย่างต่อเนื่อง สำหรับเรื่องราวของร้านไอศกรีมเจลาโต้ชื่อดัง Parameter ภายใต้การดูแลและขับเคลื่อนภาพลักษณ์โดย กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ อดีตพิธีกรและนักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งตั้งแต่เริ่มเปิดตัวให้บริการก็มักจะตกเป็นเป้าสายตาและมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์มาโดยตลอด

จุดเริ่มต้นของกระแสถกเถียงเกิดขึ้นจากเรื่องของ ระดับราคาและปริมาณ เมื่อมีผู้บริโภคตั้งข้อสังเกตถึงราคาจำหน่ายต่อถ้วยที่ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับขนาดของถ้วยที่ได้รับ จนกลายเป็นพื้นที่ถกเถียงกันในวงกว้างถึงความคุ้มค่าและความเหมาะสมในมุมมองของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม ประกอบกับกระแสการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่เกี่ยวกับทัศนคติและมุมมองต่อตลาดสินค้าพรีเมียมในประเทศไทย ยิ่งทำให้ชื่อของร้านและตัวผู้บริหารตกอยู่ในกระแสความสนใจอย่างหนาแน่น

ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ยังไม่ทันจางหาย สถานการณ์ก็ยิ่งทวีความตึงเครียดขึ้นไปอีก เมื่อมีผู้ใช้บริการออกมาร้องเรียนผ่านสื่อออนไลน์ว่าพบ สิ่งแปลกปลอมจำพวกเศษแก้วปะปนอยู่ในถ้วยไอศกรีม จนส่งผลให้เกิดความกังวลอย่างรุนแรงเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยในการผลิต ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อแบรนด์โดยตรง

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ต้องออกมาเคลื่อนไหวเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและทำความเข้าใจกับสังคมอีกครั้ง โดยระบุถึงสถานะที่แท้จริงของตนเองว่าไม่ได้เป็นเจ้าของและไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท แต่เข้ามามีบทบาทในการทำหน้าที่เป็นเชฟและครีเอทีฟผู้สร้างสรรค์ ดูแลรับผิดชอบเฉพาะในส่วนกระบวนการผลิตเจลาโต้เท่านั้น ส่วนการบริหารจัดการในส่วนอื่นๆ มีทีมงานและผู้บริหารส่วนอื่นเป็นผู้ดูแล

มหากาพย์ดราม่าของร้าน Parameter ตั้งแต่เรื่องราคาสุดพรีเมียม ไปจนถึงวิกฤตความปลอดภัยด้านอาหารในครั้งนี้ จึงสะท้อนให้เห็นถึงบทเรียนสำคัญของการบริหารจัดการธุรกิจในยุคดิจิทัล ที่ทุกย่างก้าวของแบรนด์ต้องเผชิญกับการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดจากสังคม ซึ่งทุกฝ่ายต่างคาดหวังความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และมาตรการป้องกันที่ชัดเจน เพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้บนพื้นฐานความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นสำคัญ

ภาพ : Ig : kris srepoomseth