"ธนกฤต" นำทีมยื่นมือช่วยสาวลาว เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว รพ.พระมงกุฎฯ ถกกรมการแพทย์หาทางออกค่ารักษาพุ่งนับแสน

กรุงเทพฯ, 20 กรกฎาคม 2569 — เวลา 10.30 น. นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์เรื่องราวร้องทุกข์พรรคกล้าธรรม พร้อมด้วยทีมงาน “ธนกฤต จิตอาสา” ในนามตัวแทนมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เดินทางเข้าพบ พลตรี ณรงค์ ภักดีศุภผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อหารือแนวทางการช่วยเหลือและจัดสรรค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วยสัญชาติลาว ซึ่งประสบเหตุได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว

วิกฤตค่าใช้จ่ายสะสม วางเงินด่วนก่อนผ่าตัด จากการหารือและสรุปรายละเอียดภาระค่าใช้จ่ายเบื้องต้น พบว่าครอบครัวกำลังประสบปัญหาภาระทางการเงินอย่างหนัก โดยมีค่ารักษาพยาบาลเดิมที่โรงพยาบาลเอกชน (รพ.พญาไท 2) ยอดรวมกว่า 550,000 บาท ซึ่งหลังจากใช้สิทธิประกันต่างๆ และเงินส่วนตัวชำระไปแล้ว ยังคงมียอดค้างชำระอยู่อีก 118,834 บาท

ในส่วนของค่ารักษาพยาบาลปัจจุบัน ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า มีค่าใช้จ่ายสะสมตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้ารับการรักษาจนถึงปัจจุบันรวมประมาณ 58,000 บาท นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังมีกำหนดต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วนในวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประเมินสำหรับการผ่าตัดอีกราว 60,000 บาท โดยทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องให้ผู้ร้องเรียนวางเงินมัดจำการผ่าตัดจำนวน 37,000 บาท ภายในวันจันทร์นี้ หรืออย่างช้าไม่เกินเที่ยงวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม ทำให้มียอดค่าใช้จ่ายสะสมที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า รวมประมาณ 120,000 บาท และเมื่อรวมกับยอดค้างชำระเดิมจากโรงพยาบาลแรกแล้ว เป็นภาระเงินรวมกว่า 240,000 บาท ซึ่งผู้เป็นแม่ไม่สามารถหามาชำระได้ในขณะนี้

มูลนิธิธรรมนัสฯ ออกตัวค้ำประกัน สาธารณสุขเข้าซัพพอร์ต
นายกองตรี ดร.ธนกฤต เปิดเผยว่า เนื่องจากผู้บาดเจ็บเป็นแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาว จึงไม่เข้าเงื่อนไขสิทธิ 30 บาทรักษาทุกโรค ทำให้เกิดข้อจำกัดในการเบิกจ่ายตามระบบสวัสดิการปกติ อย่างไรก็ตาม ตนได้ประสานไปยัง นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ และ รองศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ เพื่อหาทางออกร่วมกัน พร้อมทั้งยืนยันกับทางโรงพยาบาลให้ทำการผ่าตัดทันที โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้มอบหมายให้ มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เข้ามารับรองค้ำประกันและดูแลค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่เกินจากสิทธิของรัฐบาลให้ทั้งหมด เพื่อให้ผู้บาดเจ็บได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนที่สุด

ด้าน มารดาของผู้บาดเจ็บ เปิดเผยทั้งน้ำตาด้วยความตื้นตันใจ ขอบคุณ ดร.ธนกฤต, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และทีมงานจิตอาสาทุกคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือจนทำให้ตนรู้สึกสบายใจและโล่งอก พร้อมชี้แจงประเด็นดราม่าในโลกโซเชียลมีเดียที่มีการต่อว่าลูกสาวเรื่องไปเที่ยวสถานบันเทิงว่า ลูกสาวไม่ได้ทำงานที่ร้านเกิดเหตุ แต่ทำงานเป็นผู้บริบาลดูแลผู้สูงอายุอยู่ย่านลาดพร้าว เป็นคนไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ในวันเกิดเหตุคาดว่าคงมีเรื่องกลุ้มใจจึงเดินทางไปนั่งฟังเพลงคนเดียวเพื่อคลายเครียด ซึ่งเป็นเรื่องปกติของผู้คนทำงาน

นอกจากนี้ แม่ผู้บาดเจ็บยังระบุถึงภาระความยากลำบากเพิ่มเติมว่า ตนเองต้องเดินทางมาเฝ้าดูแลลูกสาวที่โรงพยาบาลวันละ 2 รอบ (เที่ยงและเย็น) และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเช่าห้องพักโรงแรมคืนละกว่า 500 บาท โดยญาติคนอื่นเดินทางกลับกันหมดแล้ว เหลือเพียงตนและญาติอีก 1 คนเท่านั้น

ฝากเตือนสื่อโซเชียล-อินฟลูฯ วอนหยุดพูดทำร้ายจิตใจ เผยผู้เสียหายเตรียมฟ้อง

นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวทิ้งท้ายถึงกรณีที่มีอินฟลูเอ็นเซอร์บางรายแสดงความคิดเห็นในเชิงวิพากษ์วิจารณ์ผู้ประสบเหตุในสถานบันเทิงอย่างรุนแรงว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บและความตายของผู้บริสุทธิ์ จึงอยากฝากเตือนให้ใช้ความระมัดระวังในการสื่อสาร ไม่ควรรีบตัดสินหรือใช้ถ้อยคำแข็งกร้าวทำร้ายจิตใจผู้เสียหาย ซึ่งขณะนี้กลุ่มผู้บาดเจ็บและญาติได้มีการตั้งกลุ่มไลน์ถกข้อกฎหมาย และเตรียมที่จะรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับอินฟลูเอ็นเซอร์รายดังกล่าวแล้ว

สำหรับสิทธิการเยียวยาทางกฎหมาย ผู้ประสบเหตุทุกรายสามารถยื่นเรื่องขอรับการเยียวยาจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ได้ตามขั้นตอน โดยกรณีบาดเจ็บสามารถนำใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลไปยื่นขอรับเงินชดเชยเบื้องต้นก่อนได้ ส่วนผู้เสียชีวิตมีกรอบวงเงินเยียวยาสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งทางทีมงานจะช่วยประสานติดตามคดีและช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องต่อไป