กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ทั้งในแง่ของธุรกิจอาหารและแวดวงบันเทิง สำหรับร้านเจลาโต้ระดับพรีเมียม "PARAMETER" (พารามิเตอร์) ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนบนโลกออนไลน์จากประเด็นราคาที่สูงลิ่วและทัศนคติของผู้ที่หน้าฉากดูเหมือนเจ้าของร้านอย่าง "กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์"
พลิกบทบาทจาก "พิธีกรดัง" สู่ "เชฟเจลาโต้" มือ 1
จุดเริ่มต้นของเรื่องราวนี้ไม่ได้เกิดจากความต้องการทำธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากวิกฤตโควิด-19 ที่ทำให้งานในวงการบันเทิงของ กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ต้องหยุดชะงักลง เขาจึงหันไปทุ่มเทเวลาให้กับการเรียนทำขนมอย่างจริงจัง จนกระทั่งค้นพบความหลงใหลในศาสตร์ของ "เจลาโต้"
กฤษณ์ไม่ได้เรียนเพียงแค่พื้นฐาน แต่เขาใช้เวลากว่า 5 ปี เดินทางไป-กลับระหว่างประเทศไทย อิตาลี และฝรั่งเศส เพื่อศึกษาความแตกต่างระหว่างเจลาโต้สมัยใหม่ (Modern Gelato) และเจลาโต้แบบดั้งเดิม (Classic Gelato) เขาตัดสินใจทิ้งสูตรแบบใหม่เพื่อหันไปหาความยากของถังปั่นแนวตั้งแบบคลาสสิกที่ต้องอาศัยการชั่งตวงวัดระดับโครงสร้างวัตถุดิบ
ความจริงเรื่องเจ้าของร้าน: ใครคือผู้ถือหุ้นตัวจริง?
หนึ่งในประเด็นที่สร้างความประหลาดใจคือการชี้แจงสถานะของกฤษณ์ โดยเขาได้ออกมายืนยันผ่านสื่อว่า "ตนเองไม่ได้มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น และไม่ได้เป็นเจ้าของบริษัท พารามิเตอร์ จำกัด" บทบาทที่แท้จริงของเขาคือ "เชฟ" และผู้ดูแลระบบหลังบ้าน พัฒนาสูตร และควบคุมมาตรฐานการผลิตทั้งหมด
จากการตรวจสอบข้อมูลทางธุรกิจพบว่า บริษัท พารามิเตอร์ จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568 ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท โดยมี "นางสาวพรพิพัฒน์ เวหัพพลา" เป็นกรรมการเพียงผู้เดียว ซึ่งกฤษณ์ระบุว่าแบรนด์นี้เกิดจากการร่วมมือของพาร์ทเนอร์หลายคน โดยเขาเป็นผู้นำเสนอวิสัยทัศน์ด้านรสชาติและคุณภาพเป็นหลัก
ดราม่าร้อน: จาก "ถ้วยไหว้ผี" สู่ "กะลาแลนด์"
กระแสวิพากษ์วิจารณ์เริ่มต้นจากราคาขายที่เริ่มต้นตั้งแต่ 159 บาท ไปจนถึงกว่า 500 บาทต่อถ้วย (ขนาดประมาณ 90-100 กรัม) จนเกิดวลีไวรัลเปรียบเทียบขนาดถ้วยกับเครื่องเซ่นไหว้ แต่สิ่งที่ทำให้ไฟลามปามคือการตอบโต้ของกฤษณ์ที่เน้นย้ำเรื่อง "วิธีกินที่ถูกต้อง" เช่น การห้ามเคี้ยวเพื่อให้ได้รับรสสัมผัสที่ดีที่สุด หรือการจำกัดเวลาถ่ายรูปเพราะอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปจะทำลายรสชาติ
สถานการณ์ลุกลามเมื่อมีการใช้ถ้อยคำที่ถูกมองว่าด้อยค่าผู้บริโภค เช่นคำว่า "Mindset ไม่พัฒนา" หรือ "กะลาแลนด์" ซึ่งกฤษณ์ได้ออกมาแถลงขอโทษในภายหลัง โดยระบุว่าเป็นการสื่อสารที่ผิดพลาดและอาจใช้คำรุนแรงเกินไป เจตนาที่แท้จริงคืออยากให้คนไทยได้สัมผัสของคุณภาพระดับโลกเหมือนในอิตาลีหรือญี่ปุ่น
มรสุมลูกใหม่: ประเด็นเศษแก้วและความปลอดภัย
ในขณะที่ดราม่าเรื่องทัศนคติเริ่มคลี่คลาย กลับมีลูกค้ารายหนึ่งออกมาโพสต์ประสบการณ์พบเศษแก้วในเจลาโต้ ซึ่งทำให้เกิดบาดแผลในปาก แม้ทางร้านจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลและคืนเงิน แต่ลูกค้ายังคงตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยและการสื่อสารจากผู้บริหารที่ดูเหมือนจะขาดความใส่ใจในเชิงความรู้สึกของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเรื่องที่แบรนด์ระดับพรีเมียมต้องเผชิญกับความคาดหวังที่สูงกว่าร้านทั่วไป
บทสรุปของ PARAMETER
ปัจจุบัน PARAMETER ยังคงเป็นจุดเช็คอินที่หลายคนอยากไปพิสูจน์รสชาติ กฤษณ์ยืนยันว่าเขาพร้อมยอมรับผลลัพธ์หากธุรกิจจะต้องล้มเหลว เพราะเขาเชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้าที่ "ดีที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้" และย้ำว่ารสชาติจะเป็นตัวตัดสินอนาคตของร้าน ไม่ใช่กระแสบนโซเชียลมีเดีย



















