นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีสำหรับค่าเช่ารถประจำตำแหน่งของประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่ นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมของงบประมาณดังกล่าวที่มีมูลค่ารวมกว่า 5.4 ล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละประมาณ 1 ล้านบาท
โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า ที่มาของการตั้งงบประมาณดังกล่าวเป็นการเตรียมการเพื่อทดแทนรถประจำตำแหน่งเดิม 4 คัน (ประธานสภาฯ, รองประธานสภาฯ 2 ท่าน และผู้นำฝ่ายค้าน) ซึ่งจัดซื้อมาตั้งแต่ปี 2564 ในสมัยนายชวน หลีกภัย และจะมีอายุการใช้งานครบ 6 ปีตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีในวันที่ 5 มกราคม และ 16 เมษายน 2570 ตามลำดับ
สำหรับการเปลี่ยนวิธีจากการ "จัดซื้อ" มาเป็น "การเช่า" นั้น เป็นไปเพื่อลดภาระในการดูแลรักษาและการซ่อมบำรุงระยะยาว ซึ่งเป็นแนวทางที่หลายหน่วยงานภาครัฐเริ่มนำมาใช้ ส่วนงบประมาณ 5,421,600 บาทที่ถูกตั้งไว้นั้น เป็นงบประมาณผูกพันต่อเนื่อง 5 ปี (พ.ศ. 2570 - 2575) ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง โดยกำหนดอัตราค่าเช่าไม่เกิน 90,360 บาทต่อเดือน หรือคิดเป็นปีละ 1,084,320 บาท ซึ่งถือเป็นเรตปกติสำหรับตำแหน่งระดับสูง
อย่างไรก็ตาม นายศิโรจน์เน้นย้ำว่า ตั้งแต่นายโสภณ ซารัมย์ เข้ารับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรคนปัจจุบัน ท่านได้แจ้งความประสงค์อย่างชัดเจนว่าจะใช้ "รถยนต์ส่วนตัว" ในการปฏิบัติภารกิจ และไม่ขอใช้รถประจำตำแหน่งที่สำนักงานจัดหาให้ เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณแผ่นดิน ทั้งในส่วนของค่าน้ำมันและค่าบำรุงรักษาต่างๆ ที่ผ่านมาจึงไม่เคยมีการเบิกจ่ายงบประมาณในส่วนนี้จากรถหลวงแม้แต่บาทเดียว
ทางด้าน พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา ได้กล่าวเสริมถึงกรณีนี้ว่า ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้านก่อนจะพูด เพราะนายโสภณไม่เคยใช้รถหลวงแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยเบิกน้ำมัน ซึ่งถือเป็นการประหยัดงบประมาณแผ่นดินอย่างเห็นได้ชัด การออกมาตั้งคำถามโดยไม่ดูข้อเท็จจริงอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้





