นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลขอยืนยันชัดเจนว่านโยบายกัญชาในประเทศไทย “ไม่เสรี” และยังคงมีการควบคุมอย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย โดยเฉพาะภายใต้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ที่กำหนดให้ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม ซึ่งผู้ที่ต้องการศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปเพื่อการค้า จะต้องได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 46 เท่านั้น และที่สำคัญที่สุดคือการจำหน่ายช่อดอกกัญชาให้แก่บุคคลทั่วไป จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ซื้อมี “ใบสั่งจ่ายยา” จากผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ เช่น แพทย์ แพทย์แผนไทย หรือเภสัชกร เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงสุขภาพและการรักษา โดยสามารถสั่งจ่ายได้ไม่เกินครั้งละ 30 วัน
นอกจากนี้รัฐบาลยังมีข้อสั่งการห้ามจำหน่ายช่อดอกกัญชาเพื่อการสูบในสถานประกอบการ เว้นแต่จะเป็นการรักษาโดยผู้ประกอบวิชาชีพ รวมถึงสั่งห้ามจำหน่ายผ่านเครื่องอัตโนมัติ (Vending Machine) ห้ามขายผ่านช่องทางออนไลน์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และสั่งห้ามโฆษณาในทุกช่องทางอย่างเด็ดขาด สำหรับบทลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนลักลอบจำหน่าย แปรรูป หรือแอบขายช่อดอกกัญชาโดยไม่มีใบสั่งแพทย์ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือปรับสูงสุด 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขณะที่มาตรการควบคุมการนำกัญชาออกนอกประเทศ รัฐบาลขอเตือนประชาชนและนักเดินทางให้ใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุด เนื่องจากในหลายประเทศกัญชายังเป็นยาเสพติดให้โทษร้ายแรง การลักลอบขนกัญชาออกนอกประเทศโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรหรือพยายามหลบเลี่ยงการตรวจค้น มีโทษหนักตามกฎหมายไทยคือระวางโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาสินค้ารวมภาษีอากร หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาการมั่วสุมเสพยาเสพติดหรือการขายช่อดอกที่ผิดกฎหมาย ประชาชนสามารถร่วมเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อยกระดับความปลอดภัยและรักษาผลประโยชน์ทางการแพทย์ของประเทศอย่างยั่งยืน





