วงการกีฬาไทยกำลังสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ เมื่อ "เจ็ตสกีไทย" ไม่ได้หยุดอยู่แค่การส่งนักกีฬาไปแข่งขันระดับโลก แต่สามารถก้าวขึ้นเป็น "เจ้าของเกมโลก" ด้วยการพัฒนา ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property : IP) ของการแข่งขันภายใต้แบรนด์ WGP#1 จนได้รับการยอมรับจากนานาชาติ พร้อมตั้งเป้าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทย แตะ 1,000 ล้านบาท ภายในปี 2570
ความสำเร็จล่าสุดเกิดขึ้นหลังการแข่งขัน เจ็ตสกีชิงแชมป์โลก WGP#1 สนามเปิดฤดูกาล 2026 ที่ประเทศบัลแกเรีย ซึ่งได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากทั้งวงการกีฬา ผู้จัดการแข่งขัน และเจ้าภาพในยุโรปตะวันออก สะท้อนว่าแบรนด์กีฬาที่ประเทศไทยสร้างขึ้นกำลังได้รับการยอมรับในระดับโลก
นายปริเขต สืบสหการ ประธานเจ็ตสกีโลก WGP#1 เปิดเผยว่า การเดินหน้าพัฒนา Thai-Global Sport IP ใช้เวลากว่า 7 ปี ในการสร้างมาตรฐานการแข่งขัน พัฒนาระบบบริหาร และสร้างคอนเทนต์กีฬาให้มีเอกลักษณ์ จนสามารถเปลี่ยนบทบาทของประเทศไทยจาก "ผู้เข้าร่วมแข่งขัน" สู่การเป็น ผู้บริหารเกมกีฬาระดับโลก
การเป็นเจ้าของ IP ไม่ได้ส่งผลเฉพาะด้านกีฬา แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬา การส่งออกองค์ความรู้ การประชาสัมพันธ์ประเทศ และการผลักดันเศรษฐกิจผ่าน Sports Economy อย่างเป็นรูปธรรม
เป้าหมายสำคัญคือ การยกระดับการแข่งขัน WGP#1 World Cup ที่เมืองพัทยา ให้กลายเป็นอีเวนต์กีฬาระดับโลกที่สามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศ กว่า 1,000 ล้านบาท ภายในปี 2570
นายปริเขต ระบุว่า กุญแจสำคัญของความสำเร็จ คือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับวงการกีฬานานาชาติ เพราะที่ผ่านมา หลายประเทศให้การยอมรับมาตรฐานยุโรปและสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก ขณะที่ประเทศไทยไม่เคยมีประสบการณ์ในการพัฒนา IP กีฬา มาก่อน
เมื่อ WGP#1 สามารถสร้างมาตรฐานการแข่งขันและคอนเทนต์ระดับโลกได้สำเร็จ นักกีฬาและทีมแข่งจากทั่วโลกจึงเริ่มให้ความเชื่อมั่น และต้องการเดินทางมาแข่งขันชิงแชมป์ที่ประเทศไทย ส่งผลให้คุณภาพของทัวร์นาเมนต์ไทยยกระดับขึ้นอย่างชัดเจน
อีกหนึ่งจุดเด่นของ "เจ็ตสกีโมเดล" คือการสร้างรายได้จากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง เพราะทุกครั้งที่มีการแข่งขันระดับโลก นักกีฬา ทีมงาน และผู้ติดตามจากหลายประเทศต้องเดินทางเข้ามาพร้อมอุปกรณ์แข่งขัน โดยเฉพาะเรือเจ็ตสกีและทีมสนับสนุน
เฉพาะกลุ่มนักกีฬาและทีมงานนานาชาติกว่า 3,000 คน มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย มากกว่า 175,000 บาทต่อคน ซึ่งเป็นเงินที่เดินทางเข้ามาหมุนเวียนในประเทศไทยทั้งหมด ยังไม่รวมรายได้จากนักท่องเที่ยว แฟนกีฬา ผู้สนับสนุน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นตามมา
ความสำเร็จครั้งนี้จึงสะท้อนว่า กีฬาไทยสามารถเป็นมากกว่าการแข่งขันเพื่อเหรียญรางวัล แต่ยังเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างอุตสาหกรรมกีฬา และยกระดับภาพลักษณ์ประเทศสู่เวทีโลก
พร้อมตอกย้ำแนวคิดของ WGP#1 ว่า "ไม่มีของฟรีหล่นจากฟ้า" หากประเทศไทยต้องการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากกีฬาอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องสร้างมาตรฐานของตัวเอง พัฒนา ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และทำให้กีฬาไทยได้รับการยอมรับในระดับโลกอย่างแท้จริง





