ลิโอเนล เมสซี กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา ออกมาตอบโต้กระแสวิจารณ์อย่างชัดเจน หลังพาทีม "ฟ้าขาว" ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ พร้อมยืนยันว่าอาร์เจนตินาไม่ได้รับอภิสิทธิ์จากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) อย่างที่หลายฝ่ายกล่าวหา แต่ทุกชัยชนะล้วนเกิดจากความทุ่มเทและการต่อสู้ในสนาม

อาร์เจนตินา แชมป์เก่า พลิกสถานการณ์เอาชนะอังกฤษ 2-1 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบรองชนะเลิศ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน โดยมีคิวพบกับทีมชาติสเปน ในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้

หลังจบการแข่งขัน เมสซีเผยว่าการได้กลับมายืนในรอบชิงฟุตบอลโลกอีกครั้งถือเป็นช่วงเวลาที่เหลือเชื่อที่สุดในชีวิต

"ฟุตบอลโลกครั้งนี้บ้าคลั่งมาก และการได้เข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกอีกครั้งเป็นเรื่องเหลือเชื่อ"

ดาวเตะวัย 39 ปี ยังส่งข้อความถึงแฟนบอลชาวอาร์เจนตินา พร้อมย้ำว่าทีมชุดนี้พร้อมสู้เพื่อทุกคน

"นี่ไม่ใช่แค่ชัยชนะธรรมดา ประชาชนชาวอาร์เจนตินาต้องการมันอย่างมาก ผมอยากบอกแฟนๆ เหมือนที่เคยพูดในกาตาร์ว่า ขอให้สนุกกับมัน เพราะทีมนี้จะไม่มีวันทำให้คุณผิดหวัง"

เมสซียังเปิดเผยเบื้องหลังความสำเร็จว่า เขาเตรียมตัวสำหรับฟุตบอลโลกครั้งนี้มาอย่างหนักเกือบหนึ่งปีเต็ม โดยใช้เวลาช่วงเดือนธันวาคมฝึกซ้อมที่ประเทศอาร์เจนตินาทั้งเช้าและบ่าย เพื่อให้ร่างกายพร้อมที่สุดสำหรับทัวร์นาเมนต์

อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกจับตามองคือเสียงวิจารณ์จากหลายฝ่ายที่กล่าวหาอาร์เจนตินาว่าเป็น "ลูกรักฟีฟ่า" และมักได้รับประโยชน์จากการตัดสิน อย่างไรก็ตาม เมสซีตอบกลับอย่างหนักแน่นว่า

"ไม่ว่าใครจะไม่พอใจ หรือจะพูดอะไรก็ตาม ทีมนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วในสนามว่า ไม่มีใครให้เราอะไรฟรีๆ เราเล่นด้วยความภาคภูมิใจ ด้วยหัวใจ และด้วยฟุตบอล เราพลิกสถานการณ์กลับมาได้สำเร็จ ผมมีความสุขและภูมิใจมาก"

สำหรับเกมนัดชิงชนะเลิศ เมสซียอมรับว่า การพบกับทีมชาติสเปนมีความหมายเป็นพิเศษ เพราะเป็นประเทศที่เขาคุ้นเคยจากการค้าแข้งกับบาร์เซโลนามายาวนานกว่า 21 ปี

"สเปนเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม มีผู้เล่นคุณภาพ และมีเอกลักษณ์ในการเล่นฟุตบอล ผมรู้จักนักเตะของพวกเขาหลายคน เคยดวลกันมาหลายครั้ง และยังติดตามหลายคนที่เล่นให้กับบาร์เซโลนา สโมสรที่ผมรัก"

ศึกฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศระหว่าง อาร์เจนตินา พบ สเปน จึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในเกมที่แฟนบอลทั่วโลกเฝ้ารอ เมื่อเมสซีมีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์พาทัพฟ้าขาวคว้าแชมป์โลก 2 สมัยติดต่อกัน ขณะที่สเปนก็หวังกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์โลกอีกครั้ง

 

ภาพ AP