สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายต่างๆ ในอิหร่านเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน พร้อมทั้งประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลและท่าเรือสำคัญทั่วอิหร่าน รวมถึงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาตามเวลาในประเทศไทย
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างดุดันผ่านการขีดเส้นตายให้อิหร่านกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งภายในสัปดาห์หน้า โดยคำขู่นี้ระบุชัดเจนว่า หากอิหร่านปฏิเสธการเจรจา กองทัพสหรัฐฯ จะยกระดับการโจมตีโดยมุ่งเป้าไปที่โรงไฟฟ้าและสะพานข้ามแม่น้ำสำคัญทั่วประเทศอิหร่าน ทรัมป์เน้นย้ำว่าสัปดาห์หน้าจะเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายสำหรับอิหร่าน หากยังไม่ยอมรับข้อเสนอ ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขายอมถอยจากแผนการเรียกเก็บภาษีเรือสินค้า 20% ในช่องแคบฮอร์มุซ
ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซนต์คอม (CENTCOM) ชี้แจงว่า ปฏิบัติการล่าสุดมีวัตถุประสงค์เพื่อลดทอนศักยภาพของอิหร่านในการคุกคามเรือพาณิชย์ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ขณะที่สื่อทางการอิหร่านรายงานว่าเกิดระเบิดขึ้นหลายจุดใกล้เมืองท่าบันดาร์ อับบาส และเกาะเกชม์ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ อีกหลายแห่ง
เพื่อเป็นการตอบโต้ กองทัพอิหร่านได้ส่งโดรนโจมตีฐานทัพแห่งหนึ่งในจอร์แดน ซึ่งเป็นสถานที่ประจำการเครื่องบินรบของสหรัฐฯ พร้อมประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไปจนกว่าสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า "ความชั่วร้ายของสหรัฐฯ" จะสิ้นสุดลง
จากเหตุการณ์ความไม่สงบตลอด 3 วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทางการอิหร่านเปิดเผยตัวเลขความสูญเสียเบื้องต้น โดยระบุว่ามีพลเรือนเสียชีวิตแล้วกว่า 30 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 260 คน จากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ





