ทีมชาติสเปนยังคงโชว์ฟอร์มร้อนแรงบนเวทีฟุตบอลโลก 2026 หลังเอาชนะรองแชมป์เก่าอย่างฝรั่งเศส 2-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบรองชนะเลิศ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พร้อมตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ ต่อจากปี 2010 ที่เคยคว้าแชมป์โลกมาครอง
เกมนี้ "กระทิงดุ" ได้สองประตูสำคัญจาก มิเกล โอยาร์ซาบาล ที่สังหารจุดโทษเข้าไปในนาทีที่ 22 ก่อนที่ เปโดร ปอร์โร จะมายิงปิดกล่องในนาทีที่ 58 ส่งให้สเปนคว้าชัยเหนือฝรั่งเศสแบบเด็ดขาด
หลังจบเกม หลุยส์ เด ลา ฟูเอ็นเต เฮดโค้ชทีมชาติสเปน กล่าวชื่นชมลูกทีมที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมยกย่องว่านักเตะทุกคนทำให้เกมที่ยากกลายเป็นเรื่องง่าย
"วันนี้เราเจอกับหนึ่งในทีมชาติที่ดีที่สุดในโลก แต่คู่แข่งก็ต้องเจอกับทีมที่ดีที่สุดในโลกเช่นกัน นักเตะของเราแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความสามัคคี และคุณภาพที่ยอดเยี่ยม พวกเขาทำให้เรื่องยากดูง่ายดาย"
กุนซือวัยเก๋ายังเผยถึงความรู้สึกหลังพาทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศว่า การได้ลุ้นแชมป์โลกถือเป็นทั้งเกียรติและภารกิจสำคัญ พร้อมยืนยันว่าทีมยังไม่หยุดเพียงแค่นี้
"การได้เข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นทั้งภารกิจและสิทธิพิเศษ เราเหลืออีกเพียงก้าวเดียว และจะพยายามทำให้สำเร็จตามเป้าหมาย"
ด้าน ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ กุนซือทีมชาติฝรั่งเศส ยอมรับตรงไปตรงมาว่า ลูกทีมเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานของตัวเอง และนั่นคือสาเหตุสำคัญที่ต้องยุติเส้นทางลุ้นแชมป์โลก
"นักเตะทุกคนผิดหวังมาก เพราะเราตั้งเป้าไว้สูง แต่วันนี้เราเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน อีกทั้งต้องเจอกับทีมที่ควบคุมเกมได้ยอดเยี่ยม ส่วนใหญ่เป็นความผิดของเราเอง เราเล่นได้ไม่ดีพอ และเกมรุกก็ไม่มีความอันตรายอย่างที่ควร"
ชัยชนะครั้งนี้ส่งให้สเปนผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 2 โดยจะรอพบผู้ชนะระหว่าง อังกฤษ หรือ อาร์เจนตินา ในวันที่ 19 กรกฎาคม ขณะที่ฝรั่งเศสต้องลงเล่นรอบชิงอันดับ 3 พบผู้แพ้จากคู่เดียวกันในวันที่ 18 กรกฎาคม
ภาพ AP





