นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีที่กรมบัญชีกลางเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลข้าราชการ โดยระบุชัดเจนว่าแนวคิดนี้เป็นการ "เพิ่มทางเลือก" ไม่ใช่การ "บังคับ" เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยและลักษณะงานที่แตกต่างกันของข้าราชการแต่ละประเภท
นายปกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันระบบราชการไทยใช้ระบบการจ้างงานแบบเดียว (One Size Fits All) ซึ่งมองว่าเป็นระบบที่โบราณและทำให้เกิดปัญหาในการบริหารจัดการ เนื่องจากลักษณะงานของบุคลากรแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกัน เช่น แพทย์ พยาบาล หรือตำรวจที่ต้องเข้าเวร มีภาระงานต่างจากข้าราชการประจำทั่วไป ดังนั้นจึงไม่ควรใช้เกณฑ์สวัสดิการและรายได้ตอบแทนแบบเดียวกันทั้งหมดทั่วประเทศ
สำหรับข้อกังวลที่ว่าหากคุมเข้มสวัสดิการจะทำให้คนเก่งไม่กล้าเข้ามาทำงานในระบบราชการนั้น นายปกรณ์กล่าวว่า อาจเป็นการคาดการณ์ไปก่อน เพราะข้าราชการรุ่นใหม่จะได้รับตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ส่วนข้าราชการที่ใกล้เกษียณและต้องการบำนาญแบบเดิมก็ยังคงรักษาสิทธินั้นไว้ได้ ย้ำว่ากระบวนการพิจารณาทั้งหมดจะใช้เหตุผลและข้อมูลจริง ไม่ได้ใช้อารมณ์หรือกระแสดราม่าในการตัดสินใจ
ในส่วนของระยะเวลาดำเนินการ นายปกรณ์ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ไปศึกษาแนวทางการปรับปรุงระบบการจ้างงานให้มีความหลากหลายและสอดคล้องกับลักษณะงานจริง โดยตั้งเป้าหมายจะดำเนินการให้เห็นผลชัดเจนภายในปีงบประมาณ 2570 เพื่อให้ระบบราชการมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการของคนทำงานในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง





