นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) หลังมีกระแสข่าวการเตรียมนำเสนอแนวทางสิ้นสุดสัญญาร่วมทุนต่อคณะกรรมการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) โดยระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด การสิ้นสุดสัญญาเป็นเพียงหนึ่งในทางเลือกที่จะต้องนำเสนอเพื่อให้ กพอ. พิจารณาเท่านั้น
นายสิริพงศ์ ชี้แจงว่าเนื่องจากตัวเลขและค่าก่อสร้างในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จึงต้องพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้โครงการสามารถดำเนินต่อไปได้จนสมบูรณ์ ทั้งในด้านงบประมาณและความคุ้มค่า หากท้ายที่สุดต้องมีการสิ้นสุดสัญญาจริง จะต้องพิจารณาในข้อกฎหมายอย่างละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ผิดสัญญา ซึ่งยอมรับว่าที่ผ่านมามีปัญหาทั้งเรื่องการส่งมอบพื้นที่ล่าช้าของภาครัฐ และการไม่ชำระหนี้ดอกเบี้ยตาม MOU ของภาคเอกชน หากตกลงกันไม่ได้ก็อาจต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายเพื่อเรียกค่าชดเชย โดยเน้นย้ำว่ารัฐจะรักษาผลประโยชน์สูงสุดเป็นสำคัญ
ขณะที่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา (ปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย) ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นเรื่องการดำเนินการสิ้นสุดสัญญาร่วมทุนดังกล่าว โดยเรื่องยังอยู่ในการพิจารณาของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และกระทรวงคมนาคม ย้ำว่าการจะยกเลิกสัญญาได้หรือไม่นั้น จำเป็นต้องย้อนกลับไปพิจารณารายละเอียดในสัญญาหลักอย่างถี่ถ้วนก่อนดำเนินการใดๆ






