ศึกยักษ์ชนยักษ์กำลังจะระเบิดขึ้น เมื่อ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ กุนซือทีมชาติฝรั่งเศส ออกโรงยกให้ “กระทิงดุ” สเปน เป็นทีมเต็งที่จะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ก่อนทั้งสองทีมลงดวลกันในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026

ฝรั่งเศส รองแชมป์เก่าจากฟุตบอลโลก 2022 เตรียมเผชิญหน้ากับสเปน แชมป์ยุโรป ในรอบตัดเชือกคู่แรก ที่สนามในเมืองดัลลัส ประเทศสหรัฐอเมริกา คืนวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2026 หรือตรงกับเวลา 02.00 น. เช้าวันพุธที่ 15 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย โดยผู้ชนะจะผ่านเข้าไปชิงแชมป์โลกทันที

ก่อนเกม เดส์ชองส์ยอมรับว่าสเปนมีผลงานที่แข็งแกร่งและสมดุล แม้จะออกสตาร์ตทัวร์นาเมนต์ด้วยการเสมอกาบูเวร์ดี 0-0 แต่หลังจากนั้นทีมของ หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต ก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ จนได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในทีมเต็งสำคัญของการแข่งขัน

“หากคุณดูสิ่งที่สเปนทำในเกมแรกกับกาบูเวร์ดี ก็ลืมเกมนั้นไปได้เลย เพราะผลงานหลังจากนั้นยืนยันแล้วว่าพวกเขาเป็นทีมเต็ง” เดส์ชองส์กล่าว พร้อมระบุว่าไม่ต้องการเพิ่มแรงกดดันให้กับ เด ลา ฟูเอนเต และลูกทีม แต่ทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าแฟนบอลชาวสเปนคาดหวังกับทีมชุดนี้สูงเพียงใด

กุนซือฝรั่งเศสยังชื่นชมว่าสเปนมีคุณภาพครบเครื่องทั้งเกมรุกและเกมรับ โดยเฉพาะแนวรับที่เสียเพียงประตูเดียวตลอดการแข่งขัน ขณะที่ฝรั่งเศสเองก็มีเกมรับที่แข็งแกร่งและมีอาวุธอันตรายในแนวรุกเช่นกัน

“พวกเขาเล่นเกมรุกและเกมรับได้ดีมาก สเปนเสียไปเพียงประตูเดียว หลุยส์กับผมต่างรู้ว่าต้องจัดระบบเกมรับอย่างไร แต่เมื่อมองจากคุณภาพเกมรุกของทั้งสองทีม ผมคิดว่านี่จะเป็นเกมที่สนุกและน่าตื่นเต้นอย่างแน่นอน”

อย่างไรก็ตาม การออกมายกให้คู่แข่งเป็นทีมเต็งอาจไม่ได้เป็นเพียงคำชื่นชมเท่านั้น แต่อาจเป็นเกมจิตวิทยาของเดส์ชองส์ ที่ต้องการโยนแรงกดดันทั้งหมดไปให้ฝั่งสเปน ก่อนพาฝรั่งเศสเดินหน้าลุ้นเข้าชิงฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน หลังคว้าแชมป์เมื่อปี 2018 และจบรองแชมป์ในปี 2022

เกมนี้ยังถือเป็นโอกาสล้างตาของฝรั่งเศส หลังเคยพ่ายสเปน 1-2 ในรอบรองชนะเลิศยูโร 2024 ก่อนที่ทีมกระทิงดุจะก้าวไปคว้าแชมป์ยุโรปได้สำเร็จ แต่เดส์ชองส์ยืนยันว่าไม่ได้มองการแข่งขันครั้งนี้เป็นเกมแห่งการแก้แค้น เพราะเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการพาทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกให้ได้

จึงต้องจับตาว่า ระหว่างเกมรุกอันดุดันและการครองบอลของสเปน กับประสบการณ์ ความเฉียบคม และเกมรับที่เหนียวแน่นของฝรั่งเศส ใครจะเป็นฝ่ายยืนหยัดอยู่บนเวทีฟุตบอลโลกต่อไป

สเปนจะย้ำแค้น หรือฝรั่งเศสจะถอนแค้นและทะลุเข้าชิงเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน คำตอบอยู่ในศึกเดือดเช้ามืดวันที่ 15 กรกฎาคมนี้

ภาพ AFP