ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. เปิดเผยถึงมาตรการเยียวยาด้านการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงย่านลาดพร้าว โดยระบุว่าในกรณีที่ผู้บาดเจ็บประสบอุบัติเหตุรุนแรงและมีภาวะฉุกเฉินวิกฤติถึงแก่ชีวิต สามารถใช้สิทธิ UCEP หรือ "เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ มีสิทธิทุกที่" ตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ทุกแห่งทั่วประเทศ โดยไม่ต้องสำรองจ่ายและไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ภายในระยะเวลา 72 ชั่วโมงแรก หรือจนกว่าผู้ป่วยจะพ้นขีดอันตราย ซึ่ง สปสช. จะทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยบริการที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลการส่งต่อผู้ป่วยไปยังหน่วยบริการตามสิทธิหรือสถานพยาบาลที่เหมาะสมเพื่อรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้บาดเจ็บที่ไม่อยู่ในกลุ่มภาวะฉุกเฉินวิกฤต แต่เป็นผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิบัตรทอง 30 บาท ขอให้มั่นใจว่าระบบของ สปสช. มีหลักเกณฑ์รองรับการดูแลรักษาในกรณีอุบัติเหตุและเจ็บป่วยฉุกเฉินไว้อย่างครบถ้วน โดยโรงพยาบาลที่ให้การรักษาสามารถดำเนินการรักษาตามมาตรฐานวิชาชีพได้ทันที และสามารถเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลผ่านระบบของ สปสช. ได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ซึ่งจะช่วยลดภาระและความกังวลให้กับทั้งฝั่งผู้ป่วย ญาติ และสถานพยาบาลที่ให้การรักษา
ทั้งนี้ สปสช. ยืนยันว่าผู้บาดเจ็บและญาติไม่ต้องกังวลเรื่องสิทธิการรักษา รวมถึงโรงพยาบาลไม่ต้องกังวลเรื่องการเบิกจ่าย เนื่องจาก สปสช. มีเกณฑ์รองรับทั้งกรณี UCEP และกรณีตามมาตรา 7 ซึ่งให้อำนาจโรงพยาบาลดูแลผู้ป่วยตามความจำเป็นเร่งด่วนได้ก่อน โดยล่าสุด สปสช. เขต 13 กรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ประสานข้อมูลกับหน่วยบริการต่างๆ เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้บาดเจ็บที่เป็นสิทธิบัตรทอง ทั้งในด้านการส่งต่อและการให้คำแนะนำเรื่องการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล หากหน่วยบริการหรือประชาชนพบข้อขัดข้องในการตรวจสอบสิทธิหรือการประสานงาน สามารถติดต่อสายด่วน สปสช. 1330 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง





