วันที่ 13 ก.ค.69 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสภากรุงเทพมหานครครั้งแรก ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร โดยก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเชิญชวนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านร่วมยืนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้สถานประกอบการย่านลาดพร้าวที่เกิดขึ้นเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา เพื่อเป็นการแสดงความเสียใจและไว้อาลัยต่อความสูญเสียของผู้เคราะห์ร้ายและครอบครัว
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความยินดีกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานครทุกคนที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนผ่านกระบวนการเลือกตั้ง พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าตำแหน่ง ส.ก. ถือเป็นภาระหน้าที่อันสำคัญยิ่งในการแบกรับความคาดหวังของประชาชน จึงขอให้สมาชิกทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองที่สร้างความภาคภูมิใจและสามารถตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง
นายกรัฐมนตรีระบุว่า กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางที่มีประชากรหนาแน่นเป็นอันดับต้นๆ ของโลก มีความหลากหลายในทุกมิติและเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักลงทุนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ การยกระดับศักยภาพกรุงเทพฯ ไปสู่การเป็นมหานครระดับโลกที่ผู้คนอยากเข้ามาอยู่อาศัยและดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยสภากรุงเทพมหานครถือเป็นกลไกหลักฝ่ายนิติบัญญัติที่มีบทบาทสำคัญในการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นและการพิจารณาอนุมัติงบประมาณ แผ่นดิน กทม. จึงต้องมุ่งเน้นการบริหารงานที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม
นอกจากนี้ ในนามของรัฐบาล นายอนุทินยืนยันว่ารัฐบาลมีความตั้งใจและพร้อมให้การสนับสนุนการทำงานของกรุงเทพมหานครอย่างเต็มที่ในทุกๆ ด้าน ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ตลอดจนข้าราชการประจำ โดยไม่มีการแบ่งแยกฝ่ายการเมือง เนื่องจากกรุงเทพมหานครไม่ได้เป็นเพียงเมืองของคนกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่รองรับประชาชนจากทั่วประเทศที่เข้ามาประกอบอาชีพและพักอาศัย การร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลและ กทม. จึงเป็นพลังสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป







