วันที่ 13 ก.ค.69 - นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ภายหลังจากที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ารายงานสถานการณ์เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้คณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรงและผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เร่งดำเนินการสอบสวนล็อตแรกอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งในส่วนของคณะกรรมการฯ กำลังเร่งตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวน 5 รายชื่อ ที่เคยถูกให้ออกจากตำแหน่งเดิมไปก่อนหน้านี้ เพื่อรวบรวมข้อมูลเสนอพิจารณาโทษทางวินัยร้ายแรงต่อไป
ในส่วนของการตรวจสอบความผิดปกติทางเอกสาร ทาง สถ. ได้ตรวจพบข้อมูลใบคะแนนดิบที่ไม่ตรงกับคะแนนที่มีการประกาศผลจริง โดยกระบวนการขั้นต่อไป รองอธิบดี สถ. ในฐานะเลขาธิการของที่ประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมพิจารณาในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ หากข้อมูลได้รับการยืนยันว่าถูกต้อง จะส่งผลการพิจารณาต่อไปยังคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) เพื่อแจ้งไปยังแต่ละจังหวัด และส่งหนังสือสั่งการให้นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ดำเนินการเพิกถอนคำสั่งบรรจุแต่งตั้งข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตทั้งหมดในทันที ซึ่งกระบวนการฝั่งกระทรวงมหาดไทยถือว่าเสร็จสิ้นแล้วและพร้อมปฏิบัติตามนโยบายเร่งด่วนของนายกรัฐมนตรี
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับรายชื่อผู้เกี่ยวข้องจำนวน 6,014 คน ที่ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เคยประกาศออกมาก่อนหน้านี้นั้น ปัจจุบันยังไม่ได้ชี้มูลความผิดว่าเป็นผู้ไม่บริสุทธิ์ทั้งหมด หากกระบวนการตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้วพบว่าบุคคลใดไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็จะถูกคัดชื่อออกจากกระบวนการทางกฎหมาย ส่วนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ซึ่งคาดว่า ป.ป.ช. จะสามารถสรุปและขยายผลคดีได้เร็วกว่ากรอบเวลา 3-6 เดือน ควบคู่ไปกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังเร่งสืบสวนเส้นทางการเงินของผู้เกี่ยงข้องเพื่อดำเนินคดีอาญาต่อไป
ส่วนกรณีมาตรการรองรับหากที่ประชุม กสถ. และ ก.กลาง มีความเห็นไม่สอดคล้องกัน ปลัดมหาดไทยยืนยันว่า คณะกรรมการทุกชุดจะยึดถือพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่แท้จริงเป็นหลัก หากฝ่ายใดมีความเห็นแย้งก็ต้องมีเหตุผลและต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเอง แต่เชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไปด้วยดีและสามารถสร้างความกระจ่างให้แก่ประชาชนได้โดยเร็วที่สุด ขณะที่กระแสข่าวเรื่องการเตรียมสืบสวนข้าราชการเพิ่มเติมอีก 3 รายนั้น เป็นไปตามแนวทางของ ป.ป.ช. ซึ่งหากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด ก็พร้อมจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดโดยไม่มีการละเว้น





