นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้ากรณีสถานการณ์น้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงใต้แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณแยกวงเวียนใหญ่ พร้อมสั่งการให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เร่งแก้ไขปัญหาตามหลักวิศวกรรมขั้นสูงสุด โดยเน้นย้ำความปลอดภัยของประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ ล่าสุดพบสัญญาณบวกหลังมาตรการอุดโพรงและช่องว่างใต้ดินเริ่มส่งผลทำให้อัตราการทรุดตัวของผิวถนนลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบการทรุดตัวเพิ่มขึ้นเพียง 8 เซนติเมตร จากเดิมที่เคยทรุดตัวสะสมถึง 20 เซนติเมตรในวันก่อนหน้า สะท้อนว่าสถานการณ์เริ่มควบคุมได้และไม่ได้เกิดการทรุดตัวต่อเนื่องรุนแรงเหมือนช่วงแรก
จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่า รฟม. ตรวจพบสัญญาณน้ำรั่วล่วงหน้าประมาณ 2 วัน และได้เริ่มดำเนินมาตรการป้องกันก่อนที่ผิวถนนจะเกิดการทรุดตัว ทำให้สามารถอพยพประชาชนและปิดกั้นพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที ขณะนี้ผู้รับเหมาได้ระดมกำลังคนและเครื่องจักรหนักเข้าฉีดอัดวัสดุอุดช่องว่างใต้ดินอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ รฟม. ยังได้ประสานงานกับกรุงเทพมหานคร เพื่อขออนุมัติรื้อถอนสะพานลอยคนข้ามในจุดเกิดเหตุชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้เครื่องจักรทำงานได้สะดวกและเร่งกระบวนการซ่อมแซมให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับความกังวลเรื่องอาคารพาณิชย์และสิ่งปลูกสร้างโดยรอบ นายสิริพงศ์ยืนยันว่าจากการติดตามค่าการเคลื่อนตัวของอาคารทุกๆ 30 นาที โดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ พบว่ายังไม่มีอาคารใดมีการเอียงตัวเพิ่มขึ้น สถานการณ์โดยรวมของสิ่งปลูกสร้างรอบพื้นที่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจและมีความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังไม่สามารถระบุจุดรั่วที่แน่นอนภายในอุโมงค์ได้ เนื่องจากต้องรักษาสมดุลแรงดันระหว่างภายในและภายนอกอุโมงค์เพื่อความปลอดภัยของโครงสร้าง โดยจะเร่งอุดโพรงดินรอบอุโมงค์ให้มั่นคงก่อนจะระบายน้ำเพื่อหาจุดรั่วที่แท้จริง ซึ่งคาดว่ากระบวนการแก้ไขทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 7-12 วัน ตามแผนงานวิศวกรรมที่วางไว้













