วันที่ 12 ก.ค.69 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายงานล่าสุดจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ระบุว่า ประเทศไทยขยับขึ้นมาเป็นแกนหลักในห่วงโซ่อุปทานระดับโลกด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยเฉพาะการส่งออกชิ้นส่วนและฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI นอกจากนี้ IMF ยังคาดการณ์ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการคลังของรัฐบาล ผนวกกับการเติบโตของภาคการส่งออกและการลงทุนเทคโนโลยี จะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยเร่งให้ GDP ของไทยขยายตัวได้มากกว่าเดิม

ทำเนียบรัฐบาลระบุว่า ผลประเมินดังกล่าวสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวของประเทศ ที่มุ่งผลักดันอุตสาหกรรม AI เซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ซึ่งปัจจุบันมีการตั้งคณะกรรมการนโยบายเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติขึ้นมารับผิดชอบโดยตรง ควบคู่ไปกับการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานสะอาด และการเพิ่มทักษะแรงงานชั้นสูง (Upskill/Reskill) เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ดึงดูดกลุ่มทุนข้ามชาติ

นอกจากมิติทางเศรษฐกิจแล้ว ไทยยังเดินหน้าร่วมมือกับนานาประเทศบนเวทีสากลเพื่อวางกรอบธรรมาภิบาลและการกำกับดูแล AI อย่างโปร่งใส ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และคุ้มครองสิทธิ์ควบคู่ไปกับการเปิดรับนวัตกรรม เพื่อสร้างความมั่นใจและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในตลาดดิจิทัลโลกอย่างยั่งยืน




