ตำรวจปราบสยาเสพติดขยายผลจับเครือข่ายพะเยา ลอบส่งเฮโรอีนซุกถุงช้างให้แอร์โฮสเตส เผยพฤติการณ์ "โรสโรส" แฝงตัวเพจฝากหิ้วออสเตรเลียเลือกเหยื่อ ล่าสุดหนีซุกต่างประเทศแล้ว

เมื่อวันที่ 10 ก.ค.69 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำทีมแถลงผลการปฏิบัติการขยายผลขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ หลังจับกุมเครือข่ายลักลอบส่งเฮโรอีนให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เผยพฤติการณ์หลอกล่อใช้แอร์โฮสเตสเป็นเหยื่อขนยาเสพติดไปยังประเทศออสเตรเลีย

คดีนี้เริ่มต้นจากการสืบสวนภาพจากกล้องวงจรปิด พบรถยนต์ต้องสงสัยสีเทาดำเข้าจอดหน้าคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านบางนา โดยมีชายสวมเสื้อฮู้ดสีน้ำเงินนำกล่องพัสดุมาวางทิ้งไว้ให้กับ "แอร์มีนา" ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายอุทัย ซึ่งเป็นบุคคลที่ปรากฏในภาพวงจรปิด และได้ขยายผลจับกุม นายเอกวิทย์ ได้ที่จังหวัดพะเยาเพิ่มเติม

จากการสอบสวน นายเอกวิทย์ ยอมรับว่าเป็นเจ้าของบัญชีไลน์ชื่อ "รินริน" และได้ติดต่อประสานงานกับ นางสาวจันทรา หรือผู้ใช้ไลน์บัญชี "โรสโรส" ซึ่งเป็นตัวการหลักในการติดต่อว่าจ้าง "แอร์มีนา" ให้ช่วยหิ้วสัมภาระเดินทางไปยังประเทศออสเตรเลีย โดยตรวจสอบประวัติในแชทข้อความระหว่างแอร์มีนากับโรสโรส พบการพูดคุยในลักษณะฝากหิ้ว "ถุงลายช้าง" แต่ไม่มีการระบุข้อความเกี่ยวกับยาเสพติดภายในกล่องแต่อย่างใด

นายเอกวิทย์ สารภาพว่า รับจ้างทำหน้าที่นี้มาแล้ว 3 ครั้ง โดยขั้นตอนจะเริ่มจากตนเองไปจัดหาซื้อถุงลายช้างและแพ็คกล่องพัสดุจัดส่งไปให้ "โรสโรส" จากนั้นโรสโรสจะนำเฮโรอีนยัดไส้ซุกซ่อนไว้ในถุงช้างบางส่วน โดยใช้วิธีจัดแพ็คแบบสลับสับเปลี่ยนระหว่างถุงที่ซุกซ่อนยาเสพติดและถุงเปล่าเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ก่อนส่งพัสดุดังกล่าวกลับมาให้ตนนำไปส่งต่อให้แอร์มีนา นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้จับกุม นายนันทวัฒน์ ซึ่งเป็นเครือญาติของนายเอกวิทย์ มีหน้าที่นำยาเสพติดและอุปกรณ์ที่เหลือจากการส่งมอบไปเผาทำลายตามจุดต่าง ๆ โดยตำรวจ ปส. สามารถตามไปยึดของกลางถุงลายช้างที่หลงเหลือจากการทำลายได้ที่หอพักเพิ่มเติม

สำหรับการดำเนินคดีกับ นางสาวจันทรา หรือโรสโรส ขณะนี้อยู่ระหว่างการขออนุมัติหมายจับ เบื้องต้นพบข้อมูลว่าผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีออกนอกประเทศแล้ว ส่วนพฤติการณ์การหาเหยื่อ โรสโรสจะแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มโซเชียลมีเดียขนาดใหญ่ที่เปิดรับฝากหิ้วของไปยังประเทศออสเตรเลีย แล้วเลือกทักข้อความส่วนตัวไปยังกลุ่มพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเพื่อเสนอจ้างฝากหิ้วสัมภาระ

ส่วนความคืบหน้าด้านคดีของแอร์มีนาในประเทศออสเตรเลีย ทางการไทยไม่สามารถก้าวล่วงดุลยพินิจของศาลออสเตรเลียได้ แต่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) จะเร่งตรวจสอบเส้นทางการส่งพัสดุทั้ง 3 ครั้งก่อนหน้านี้ว่าถูกส่งต่อไปถึงบุคคลใดบ้าง เพื่อรวบรวมหลักฐานและคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมด รวมถึงข้อมูลการขยายผลเส้นทางการเงิน ส่งมอบเป็นสำนวนคดีเพิ่มเติมให้ทางการออสเตรเลียใช้ประกอบการพิจารณาต่อไป ยืนยันกลุ่มขบวนการนี้เป็นเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดพะเยา โดยมีผู้บงการใหญ่สั่งการอยู่จากต่างประเทศ