กลายเป็นกระแสไวรัลทันทีหลังจาก "เนเน่ รอยัล" เด็กไทยวัย 16 ปี จากภูเก็ต หอบกีต้าร์คู่ใจขึ้นไปวาดลวดลายร้องเพลงร็อกระดับตำนานอย่าง "Zombie" ของวง The Cranberries บนเวที America’s Got Talent (AGT) ทางช่อง NBC จนสามารถชนะใจกรรมการทั้ง 4 คน คว้าคำว่า "Yes" มาครองท่ามกลางเสียงปรบมือสนั่นฮอลล์

เบื้องหลังความสำเร็จของรายการที่เปิดโอกาสให้เด็กไทยคนนี้ไปยืนเปล่งประกาย มีที่มาและจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจดังนี้

America’s Got Talent (AGT) คือหนึ่งในรายการเรียลลิตี้โชว์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดและมีสาขาแยกไปทั่วโลก แต่เบื้องหลังความยิ่งใหญ่นี้กลับมีจุดเริ่มต้นที่เกือบจะไม่ได้ไปต่อและเต็มไปด้วยจุดหักมุมที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน

จุดประกายของไอเดียนี้เกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2000 ขณะที่รายการประกวดร้องเพลงอย่าง American Idol กำลังโด่งดัง ไซมอน โคเวลล์ (Simon Cowell) กรรมการฝีปากกล้าในขณะนั้น เริ่มมองเห็นข้อจำกัดของรายการทีวีที่ตีกรอบอยู่แค่การร้องและการเต้น เขาต้องการสร้างเวทีประกวดที่เปิดกว้างอย่างแท้จริงโดยไม่จำกัดอายุและประเภทการแสดง ไม่ว่าจะเป็นมายากล ตลกเดี่ยว หรือการแสดงของสัตว์เลี้ยง โดยได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจาก Opportunity Knocks รายการวาไรตี้คลาสสิกของอังกฤษ

เดิมที ไซมอนตั้งใจจะเปิดตัวรายการนี้ที่บ้านเกิดภายใต้ชื่อ Britain’s Got Talent ในปี 2005 โดยได้ถ่ายทำเทปทดลองกับช่อง ITV ไปแล้วเรียบร้อย แต่โปรเจกต์ต้องหยุดชะงักลงทันทีเมื่อ พอล โอเกรดี้ (Paul O'Grady) พิธีกรในขณะนั้นมีข้อพิพาทกับทางสถานีจนขอยกเลิกสัญญาและย้ายช่อง ส่งผลให้เวอร์ชันอังกฤษถูกพับเก็บอย่างไม่มีกำหนด

ไซมอนจึงแก้เกมด้วยการหอบฟอร์แมตรายการนี้ข้ามฝั่งไปเสนอให้กับสถานีโทรทัศน์ NBC ของอเมริกา ซึ่งทาง NBC มองเห็นศักยภาพและอนุมัติให้สร้างทันที จนเป็นที่มาของการออกอากาศ America’s Got Talent ซีซันแรกเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2006 และกลายเป็นรายการฮิตประจำฤดูร้อนของอเมริกาในชั่วข้ามคืน

ข้อมูลสำคัญในซีซันแรกที่หลายคนอาจลืมไปแล้ว คือตัวไซมอน โคเวลล์ ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกรรมการหน้าจอ เนื่องจากติดสัญญากับรายการคู่แข่งอย่าง American Idol ของช่อง Fox เขาจึงทำได้เพียงสวมบทบาทผู้อำนวยการสร้างอยู่เบื้องหลัง โดยร่วมมือกับบริษัท Syco Entertainment และ Fremantle พร้อมวางตัว เรจิส ฟิลบิน (Regis Philbin) เป็นพิธีกรคนแรก ส่วนกรรมการชุดประวัติศาสตร์ ได้แก่ เดวิด แฮสเซลฮอฟฟ์ (David Hasselhoff), แบรนดี้ นอร์วูด (Brandy Norwood) และ เพียร์ส มอร์แกน (Piers Morgan) ซึ่งกว่าที่ไซมอนจะสามารถเคลียร์สัญญามานั่งเก้าอี้กรรมการ AGT ได้จริง ก็ต้องรอจนถึงซีซัน 11 ในปี 2016

ความสำเร็จอย่างถล่มทลายของเวอร์ชันอเมริกา ทำให้ช่อง ITV ของอังกฤษยอมกลืนน้ำลายตัวเองและรีบดึงโปรเจกต์ Britain's Got Talent กลับมาฉายในปี 2007 ทันที ซึ่งต่อมาได้สร้างประวัติศาสตร์แจ้งเกิดไอคอนระดับโลกอย่าง ซูซาน บอยล์ (Susan Boyle)

ความนิยมของฟอร์แมตนี้เติบโตอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งปี 2014 Guinness World Records ได้บันทึกอย่างเป็นทางการว่า Got Talent เป็น "ฟอร์แมตรายการเรียลลิตี้ทีวีที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก" และถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปผลิตในประเทศต่างๆ มากมาย รวมถึง Thailand's Got Talent ในประเทศไทยด้วยเช่นกัน