พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ แถลงผลการปฏิบัติการของกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ที่จัดกำลังซุ่มตรวจค้นและสามารถสกัดกั้นกลุ่มบุคคลต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติ บริเวณพื้นที่ชายแดนตำบลหนองตาคง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี รวมทั้งสิ้น 19 คน ก่อนส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ดำเนินคดี
จากการตรวจสอบพฤติการณ์และจำแนกกลุ่มผู้ต้องหา 19 ราย พบรายละเอียดข้อมูลดังนี้
-
ชาวกัมพูชา 14 คน (ชาย 3 คน หญิง 7 คน เด็ก 4 คน) สารภาพว่าเดินทางเข้ามาเพื่อหางานทำในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี, ระยอง, ชัยนาท และสมุทรปราการ โดยยอมจ่ายเงินให้ขบวนการนำพาคนเข้าเมืองผิดกฎหมายรายละ 7,500 – 8,000 บาท
-
ชาวจีน 4 คน และชาวอินโดนีเซีย 1 คน สารภาพว่าลักลอบเดินทางมาจากเมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา มีเป้าหมายเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานคร โดยจ่ายค่าหัวให้ขบวนการนำพาข้ามแดนสูงถึงคนละ 4,800 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 150,000 บาท
กองทัพเรือระบุว่า การลักลอบข้ามแดนของกลุ่มทุนต่างชาติในลักษณะนี้ อาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่พยายามใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านหรือพื้นที่รองรับการย้ายฐานระบบทุนสีเทา ฝ่ายความมั่นคงจึงจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตั้งด่านคัดกรองและเฝ้าตรวจสกัดกั้นอย่างเด็ดขาด
หลังจากนี้ กองทัพเรือจะยังคงบูรณาการปฏิบัติการร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยกระดับความเข้มข้นในการลาดตระเวนตลอดแนวชายแดน เพื่อตัดวงจรการลักลอบเข้าเมือง การค้ามนุษย์ และขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนในประเทศ











