ศึกฟุตบอลโลก 2026 เข้มข้นขึ้นทุกขณะ และหนึ่งในทีมเต็งอย่างทีมชาติฝรั่งเศสยังคงโชว์ฟอร์มสมราคา หลังเอาชนะทีมชาติโมร็อกโก 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ โดยพระเอกของเกมยังคงเป็น Kylian Mbappé กัปตันทีมชาติฝรั่งเศส ที่ยิงประตูสำคัญให้กับทีม พร้อมสร้างสถิติส่วนตัวอย่างต่อเนื่อง
ประตูดังกล่าวนับเป็นลูกที่ 8 ของเอ็มบัปเปในฟุตบอลโลก 2026 และทำให้ยอดรวมการยิงประตูในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายของเจ้าตัวพุ่งเป็น 20 ประตู ขยับขึ้นเป็นดาวซัลโวตลอดกาลอันดับ 2 ของฟุตบอลโลก ตามหลังเพียง Lionel Messi ที่ทำไว้ 21 ประตูเท่านั้น
ชัยชนะเหนือโมร็อกโกส่งให้ทัพ "ตราไก่" ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ รอพบผู้ชนะระหว่างทีมชาติสเปนและทีมชาติเบลเยียม ซึ่งเอ็มบัปเปยอมรับว่า ภารกิจลุ้นแชมป์โลกยังไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ทีมจะเดินทางมาถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายแล้วก็ตาม
เอ็มบัปเปกล่าวหลังจบเกมว่า
"ยังมีเส้นทางอีกยาวไกล เรารู้ว่าสิ่งที่รออยู่ข้างหน้ายากกว่าที่ผ่านมา แต่เราพร้อมเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง"
ดาวยิงวัย 27 ปี ระบุเพิ่มเติมว่า ทีมจะใช้เวลาฟื้นฟูร่างกายและติดตามผลการแข่งขันระหว่างสเปนกับเบลเยียม เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับคู่แข่งในรอบรองชนะเลิศ
อีกหนึ่งประเด็นที่แฟนบอลทั่วโลกจับตา คือจังหวะที่เอ็มบัปเปถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 77 หลังมีอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้า และถูกพบว่ากำลังประคบน้ำแข็งอยู่ข้างสนาม ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจส่งผลต่อเกมสำคัญนัดต่อไป

อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวรีบสร้างความมั่นใจให้แฟนบอลทันที โดยยืนยันว่าอาการไม่ได้รุนแรง
"ผมสบายดี แค่โดนกระแทกที่ข้อเท้า ทุกอย่างโอเคแล้ว มาเตตาพร้อมลงเล่นมากกว่าผมในช่วง 15 นาทีสุดท้าย"
คำยืนยันของเอ็มบัปเปถือเป็นข่าวดีของทีมชาติฝรั่งเศส ที่ยังต้องการขุมกำลังชุดใหญ่สำหรับภารกิจไล่ล่าแชมป์โลกสมัยต่อไป ซึ่งแฟนบอลทั่วโลกต่างจับตาว่า กัปตันตราไก่จะพาทีมก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์ได้หรือไม่ พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองในฐานะหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฟุตบอลโลก
ภาพ AFP





