นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ออกโรงชี้แจงกรณีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือร่างกฎหมายนิรโทษกรรม โดยยืนยันว่าการลงมติเห็นชอบตามที่วุฒิสภา (สว.) แก้ไขกลับมานั้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญที่เป็นจุดยืนหลักของสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะประเด็นมาตรา 112

นายกรวีร์ ระบุว่า มีบางฝ่ายพยายามบิดเบือนข้อมูลว่ากฎหมายฉบับนี้จะเอื้อประโยชน์ให้คดี "ฮั้วเลือก สว." ซึ่งไม่เป็นความจริง บัญชีแนบท้ายที่มีการแก้ไข เป็นเพียงการจัดลำดับความสำคัญของตัวกฎหมายใหม่เท่านั้น ไม่มีการสอดแทรกกฎหมายอื่นเพิ่มเติม ส่วนประเด็น พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ที่ถูกกล่าวถึง เป็นการนิรโทษกรรมให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมในอดีต (ม็อบเหลือง-แดง-กปปส.) ที่เคยไปปิดล้อมคูหาเลือกตั้ง ซึ่งคนกลุ่มนี้อยู่ในข่ายได้รับการเยียวยามาตั้งแต่ร่างเดิมอยู่แล้ว ยืนยันไม่ใช่การล้างผิดให้คดีฮั้ว สว. ในปัจจุบัน


ประธานวิปรัฐบาลย้ำชัดว่า จุดยืนของรัฐบาลในการนิรโทษกรรมครั้งนี้มีเส้นตายที่ชัดเจน 3 ประการ คือ:

1.         ไม่นิรโทษกรรมคดีทุจริตคอร์รัปชัน

2.         ไม่นิรโทษกรรมคดีความรุนแรงที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต

3.         ไม่นิรโทษกรรมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

สำหรับข้อซักถามเกี่ยวกับแนวทางช่วยเหลือเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 นายกรวีร์ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวมีการหารือกันมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยเห็นว่าผู้กระทำผิดซึ่งเป็นเยาวชนสามารถใช้สิทธิและกระบวนการตามกฎหมายที่มีอยู่ได้ พร้อมระบุว่าการไม่รวมความผิดตามมาตรา 112 ไว้ในร่างกฎหมายนิรโทษกรรม มีเป้าหมายเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งรอบใหม่ในสังคม เนื่องจากเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหว

นายกรวีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคภูมิใจไทยพิจารณาบทเรียนจากร่างกฎหมายนิรโทษกรรมในอดีตที่เคยสร้างความขัดแย้งทางการเมือง จึงเห็นว่าควรผลักดันเฉพาะประเด็นที่สังคมมีฉันทามติร่วมกันก่อน โดยประเมินว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่า 6,000 คน และเกี่ยวข้องกับคดีที่ค้างอยู่กว่า 2 ล้านคดี จึงเห็นว่าควรเดินหน้าเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่

ส่วนกรณีที่พรรคประชาชนมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับร่างกฎหมายนิรโทษกรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์จนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนนั้นรัฐบาลจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป นายกรวีร์ กล่าวว่า ตนได้เห็นการเผยแพร่ข้อมูลจากเพจของพรรคประชาชน ซึ่งยอมรับว่าตกใจเนื่องจากเอาข้อมูลข้อเท็จจริงที่บิดเบือนมานำเสนอให้กับพี่น้องประชาชน แม้ภายหลังจะมีการลบหรือแก้ไขข้อความบางส่วนแล้วก็ตาม