เมื่อวันที่ 8 ก.ค.69 - นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า จากการรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานเบื้องต้น พบว่ากรณีดังกล่าวมีมูลเพียงพอให้ดำเนินการไต่สวนผู้เกี่ยวข้อง โดยเป็นเรื่องกล่าวหาที่มีความสำคัญระดับประเทศ อยู่ในความสนใจของประชาชน และมีผลกระทบอย่างกว้างขวาง คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติรับเรื่องกล่าวหากรณีการดำเนินโครงการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยมีข้อกล่าวหาเรื่องการแก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบ ไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ พร้อมกันนี้ ป.ป.ช.ได้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 51 เพื่อดำเนินการไต่สวนกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องในหลายส่วน
กลุ่มที่อยู่ในขอบเขตการไต่สวนประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูงของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เจ้าหน้าที่รัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดสอบและประกาศผลสอบ กลุ่มบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขคะแนน กลุ่มนายหน้าเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบ กลุ่มบุคคลที่ได้รับการแก้ไขคะแนนในกระดาษคำตอบ รวมถึงบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
สำนักงาน ป.ป.ช.ระบุว่า การรับเรื่องไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นระบบ และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง
คดีดังกล่าวถูกจับตาอย่างมาก เนื่องจากการสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการ การคัดเลือกบุคลากรภาครัฐ และความเป็นธรรมของผู้เข้าสอบทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. ผู้ถูกกล่าวหาทุกรายยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาถึงที่สุดตามกระบวนการยุติธรรม 





