รองศาสตราจารย์ ดร.วัชรินทร์ ลอยลม รักษาการผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยสถานการณ์น่ากังวลของโรคพยาธิใบไม้ในตับในพื้นที่ภาคอีสาน โดยระบุว่าปัจจุบันอายุเฉลี่ยของผู้ติดเชื้อลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งปัจจัยสำคัญมาจากกระแสโซเชียลมีเดียที่มีอินฟลูเอนเซอร์ทำคอนเทนต์บริโภคปลาดิบหรืออาหารดิบ รวมถึงเมนู "ปลาร้าดิบเป็นตัว" ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบในกลุ่มวัยรุ่นและนักศึกษา
จากการลงพื้นที่คัดกรองด้วยชุดตรวจรวดเร็ว OARTK ในประชากรกว่า 2 แสนคน พบอัตราการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับสูงถึงร้อยละ 28.8 หากเปรียบเทียบกับประชากรภาคอีสานทั้งหมด 24 ล้านคน คาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อสูงถึง 6 ล้านคน หรือเฉลี่ย 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด โดยกลุ่มที่พบน่าตกใจคือนักศึกษาและคนทำงานที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มอายุน้อยที่เริ่มได้รับเชื้อจากการบริโภคตามกระแส
เมนูอันตรายที่สถาบันฯ แจ้งเตือน ได้แก่ ส้มตำปลาร้าที่ใส่ปลาร้าดิบเป็นตัว ปลาส้ม ปลาจ่อม และแจ่วบองแบบดิบ ซึ่งทำจากปลาน้ำจืดเกล็ดขาวที่ปรุงไม่สุก โดยพยาธิเหล่านี้สามารถอาศัยอยู่ในร่างกายได้นานและเป็นสาเหตุหลักของ "โรคมะเร็งท่อน้ำดี" ซึ่งในภาคอีสานพบผู้ป่วยสูงถึงปีละ 10,000 คน
ความน่ากลัวของมะเร็งท่อน้ำดีคือ หากเข้าสู่ระยะที่ 3 จะลุกลามไปยังอวัยวะอื่นและรักษาได้ยากมากเนื่องจากเกิดขึ้นที่ตับ การป้องกันที่ดีที่สุดคือการเลิกบริโภคปลาน้ำจืดเกล็ดขาวดิบและผลิตภัณฑ์ปลาร้าที่ไม่ได้ผ่านการปรุงสุกด้วยความร้อน เพื่อตัดวงจรการเกิดโรคร้ายในอนาคต




