ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย กลายเป็นอีกหนึ่งเกมสุดคลาสสิก เมื่อ "ฟ้า-ขาว" ทีมชาติอาร์เจนตินา พลิกสถานการณ์จากตามหลังถึง 2 ประตู กลับมารัว 3 ประตูในช่วง 13 นาทีสุดท้าย แซงเอาชนะ ทีมชาติอียิปต์ 3-2 ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้อย่างเหลือเชื่อ

การแข่งขันที่สนาม Mercedes-Benz Stadium เมืองแอตแลนตา สหรัฐอเมริกา เริ่มต้นด้วยความเซอร์ไพรส์ เมื่ออียิปต์เป็นฝ่ายเล่นได้อย่างมีวินัยและอันตรายกว่า ก่อนขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 15 จากลูกโหม่งของ ยาสเซอร์ อิบราฮิม

แม้อาร์เจนตินาจะมีโอกาสตีเสมอทันทีจากลูกจุดโทษในนาทีที่ 18 แต่ Lionel Messi ยิงไปติดเซฟของผู้รักษาประตูอียิปต์ พลาดโอกาสสำคัญ ขณะที่นายด่านทัพฟาโรห์โชว์ฟอร์มเหนียวแน่น เซฟลูกอันตรายได้หลายครั้ง ทำให้จบครึ่งแรกด้วยการนำ 1-0

ครึ่งหลัง อียิปต์ยังคงใช้เกมรับที่เหนียวแน่น พร้อมอาศัยจังหวะสวนกลับเล่นงานคู่แข่ง และนาทีที่ 67 มอสตาฟา ซิโก ยิงประตูให้ทีมหนีเป็น 2-0 จากการยิงตรงกรอบเพียง 2 ครั้งของทั้งเกม ส่งให้แฟนบอลทั่วโลกเริ่มเชื่อว่าอียิปต์กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์โค่นแชมป์โลก

แต่เมื่อถูกต้อนจนหลังชนฝา อาร์เจนตินาก็แสดงให้เห็นหัวใจของทีมลุ้นแชมป์ เริ่มต้นนาทีที่ 79 คริสเตียน โรเมโร โหม่งตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2 ก่อนที่นาที 84 เมสซีจะซัดประตูสำคัญตีเสมอ 2-2 พร้อมทำสถิติยิงประตูที่ 8 ในฟุตบอลโลก 2026 ขึ้นนำดาวซัลโวเดี่ยวของทัวร์นาเมนต์

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาที 90+2 เอ็นโซ เฟร์นานเดซ สวมบทฮีโร่โหม่งประตูชัย พาอาร์เจนตินาพลิกแซงชนะ 3-2 ท่ามกลางเสียงเฮลั่นสนาม ส่งทัพฟ้า-ขาวผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายแบบสุดดราม่า

ชัยชนะนัดนี้ถือเป็นหนึ่งในการคัมแบ็กที่น่าจดจำที่สุดของฟุตบอลโลก 2026 หลังอาร์เจนตินาตามหลังถึง 2 ประตู แต่สามารถยิงคืน 3 ประตูภายในเวลาเพียง 13 นาที พร้อมตีตั๋วเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ รอพบผู้ชนะระหว่าง ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ กับ ทีมชาติโคลอมเบีย ในวันที่ 12 กรกฎาคม ที่เมืองไมอามี ประเทศสหรัฐอเมริกา

ภาพ AP